เทคโนโลยีสุดล้ำๆ กับประเทศญี่ปุ่น

มองรอบๆ ตัวเราแล้ว จะสังเกตได้ว่าต้องมีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากญี่ปุ่นอย่างน้อยๆ 1 อย่าง ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ ของเล่น  เครื่องสำอางค์ หรือแม้กระทั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าสารพัดชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในหลากรูปแบบ หรือแม้แต่ออกไปตามท้องถนนก็จะเห็นรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นวิ่งกันเกลื่อนเมือง ซึ่งไม่ใช่เป็นเฉพาะแค่ในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลายประเทศทั่วโลก

ประเทศญี่ปุ่นมีลักษณะเป็นหมู่เกาะทอดตัวยาวเหนือจรดใต้ มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับกับที่ราบเล็กน้อย ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ก็ไม่ได้มีมากมายในเชิงพาณิชย์ รวมไปถึงยังมีผลพวงจากความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่สอง ได้สร้างความย่อยยับทั่วทุกระแหงในประเทศ แต่ ณ วันนี้ ญี่ปุ่นกลับกลายมาเป็นหนึ่งในชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกได้ เพราะอะไร ?

อาจจะกล่าวได้ว่าญี่ปุ่นได้มุ่งเน้นในทางด้านอุตสาหกรรมหนักเป็นพิเศษ จึงมีการนำเข้าเทคโนโลยีการผลิตจากต่างประเทศจำนวนมาก และอย่างที่ทราบกันดีว่าญี่ปุ่นเป็นชาตินักประดิษฐ์ที่เก่งกาจไม่แพ้ใครในโลก ดูจากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีความล้ำสมัยในสงครามโลก ดังนั้น การนำเอาเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาปรับประยุกต์ด้วยการดัดแปลงแก้ไขและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องยากใดๆ เลยสำหรับญี่ปุ่น ซึ่งก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ทำให้หลังจากนั้นประเทศญี่ปุ่นกลายมาเป็นประเทศที่มีการวิจัยและพัฒนาก้าวล้ำที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก โดยมีรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนและมีเอกชนเป็นผู้ลงทุนเป็นหลัก สินค้าหลักๆ ได้แก่ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ หุ่นยนต์ เครื่องจักรกล วิศวกรรมการออกแบบ และเทคโนโลยีด้านการผลิตพลังงาน

ขอยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่น่าสนใจและให้ความรู้และมุมมองที่ดีมาก “ร้านคาเฟ่หุ่นยนต์ที่ควบคุมโดยผู้ป่วยอัมพาต!” โดยร้านสุดเท่นี้มีชื่อว่า ดอว์น เวอร์ชั่น เบต้า ซึ่งมีหุ่นยนต์ทำหน้าที่เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้าน หุ่นยนต์ตัวนี้มีชื่อรุ่นว่า OriHime-D (โอริฮิเมะ-ดี) ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ควบคุมโดยผู้ป่วยที่เป็นอัมพาต หุ่นยนต์ตัวนี้มีความสูง 120 เซนติเมตร และสามารถควบคุมระยะไกลโดยผู้ป่วยอัมพาตจากที่บ้านได้ ซึ่งการควบคุมสามารถทำได้โดยการใช้สายตาในการพิมพ์ข้อความต่าง ๆ เพื่อสื่อสารและบังคับหุ่นยนต์ได้ ทั้งนี้ในเบื้องต้นร้านนี้ยังมีคำว่า “เบต้า” อยู่ในชื่อ ซึ่งหมายความว่า ร้านนี้จะทดลองเปิดอยู่เพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ร้านนี้ได้ปิดให้บริการในช่วงทดลองแล้ว ส่วนในช่วงที่ร้านทดลองเปิดนั้น ทางร้านได้จ้างพนักงานที่เป็นอัมพาตจากความเสียหายของกระดูกสันหลัง เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ซึ่งพวกเขาสามารถทำงานนี้ที่บ้านได้ โดยได้รับค่าจ้างอยู่ที่ 1,000 เยน (ราว 300 บาท) ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นค่าแรงพื้นฐานสำหรับพนักงานรายวันในประเทศญี่ปุ่น การเสิร์ฟกาแฟและการตอบโต้กับลูกค้านั้นเป็นหน้าที่หลักของพวกเขาก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่าเงินค่าจ้างจากการทำงานนั้นก็คือ การที่ผู้ป่วยเหล่านี้ได้รับประสบการณ์ใหม่กับอิสระในการเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ นวัตกรรมที่ญี่ปุ่นคิดค้นเป็นที่แรกในโลก ก็คือการนำหุ่นยนต์มาใช้ในการประกอบรถยนต์ที่มีความแม่นยำสูง ฉะนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยี คือ ส่วนสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้น นิสันใจคอของชาวญี่ปุ่นที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีระเบียบวินัยสูง มีความละเอียดรอบคอบ มีความคิดและมีความซื่อสัตย์ต่อผู้บังคับบัญชาและหน้าที่รับผิดชอบ ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ พัฒนาได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่แปลกที่ญี่ปุ่นจะมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและมีสินค้า ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าแปลกใหม่และหลากหลายมากที่สุดในโลก กรณีที่เห็นได้ชัดเจนคือการออกใหม่ของ IPhone XR ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในญี่ปุ่น แต่กลับกลายเป็นว่า iphone 8 และ iphone 8 Plus มากกว่าที่ได้รับความนิยม ดังเนื้อข่าวที่กล่าวไว้ว่า “ราคาใหม่ของ iPhone XR อยู่ที่ 24,000 เยน จากปกติ 36,000 เยน ถือว่าลงมาเยอะพอสมควร โดย iphone 8 และ iphone 8 Plus  ยังคงได้รับความนิยมสูงที่สุดในญีปุ่น เพราะการใช้งานทั้งต่างๆ ยังคงสร้างความคุ้นเคยมากกว่ารุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบ Face ID ในการปลดล็อคหรือการใช้ Gesture อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ของผู้ใช้เท่าไหร่”

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนให้โลกก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มีเพียงแค่ญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้ว ประเทศในเอเชียรอบๆ ไม่ว่าจะประเทศจีน ประเทศเกาหลี ต่างก็มุ่งเน้นและแข่งขันกันในเรื่องของเทคโนโลยี ประเทศของเราก็มีดีไม่แพ้ใคร ก้ควรหันมาใส่ใจและได้แรงสนับสนุนในเรื่องนี้ให้มากขึ้นกว่าในอดีต

เปิดตำนานราเมง อาหารเส้นมัดใจคนทั่วโลก

อาหารถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติต่าง ๆ รวมถึงประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานอย่างญี่ปุ่นก็มีหลากหลายเมนูที่คนทั่วโลกชอบหนึ่งในนั้นก็คงจะเป็นราเมงอาหารประเภทเส้นที่มีหลากหลายรสชาติ เชื่อว่าผู้อ่านหลาย ๆ ท่านคงเคยทานและคุ้นชินกันไม่มากก็น้อย แต่วันนี้เราจะมาทำหน้าที่เหมือนกล้องติดรถยนต์ที่คอยสอดส่องเรื่องราวมาเป็นข้อมูลเพื่อให้คุณรู้จักราเมงกันให้มากกว่าเดิม

    แม้ว่าจะไม่สามารถระบุเวลาที่ชัดเจนว่าราเมงเกิดขึ้นในช่วงใดแต่คาดกันว่าต้นกำเนิดของราเมงมาจากประเทศจีน โดยราเมงอาจจะเพี้ยนมาจากภาษาจีนในคำว่าลาเมียนซึ่งหมายถึงก๋วยเตี๋ยวโบราณนั่นเอง ในประวัติศาสตร์มีบันทึกไว้ว่า โตกุงะวะ มิสึคุนิ ได้รับประทานราเมงในคริสต์ศตวรรษที่ 17 ในช่วงยุคเมจิ

    เมื่อถูกนำมาปรุงแต่งด้วยเครื่องปรุงรสของญี่ปุ่นอย่างโซยุและเต้าเจี้ยวญี่ปุ่นก็ทำให้มีเอกลักษณ์ทางรสชาติที่โดดเด่นขึ้นมา ซึ่งมักจะทานคู่กับ เนื้อหมู สาหร่าย คะมะโบะโกะ ต้นหอมหรือข้าวโพด ด้วยความนิยมทำให้ได้แพร่หลายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น

    ในปี ค.ศ. 1900 บรรดาพ่อค้าได้มีการขายราเมนคู่กันกับเกี๊ยวซ่า และในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 หรือสมัยโชวะก็มีการโฆษณาเรียกลูกค้าด้วยการเป่าเครื่องดนตรีที่เรียกว่า ชารุเมระ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงรูปแบบเฉพาะตัวและความน่าสนใจของอาหารประเภทนี้ไปอีก

    ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุคที่รถยนต์ยังไม่มีเครื่องเล่น CD หรือกล้องติดรถยนต์ ทหารญี่ปุ่นที่กลับมาจากการประจำการในจีนก็เริ่มใช้ความรู้และรสชาติที่เคยกินในประเทศจีนมาใช้ทำราเมงและเปิดเป็นร้านข้างทางจนเป็นภาพติดตามาจนถึงทุกวันนี้ โดยแต่ละจังหวัดก็จะมีสูตรเฉพาะแตกต่างกัน เช่นในเกาะคีวชู ต้นกำเนิดของทงโคสึราเมง (ราเมงซุปกระดูกหมู) หรือในเกาะฮกไกโด ต้นกำเนิดของมิโซะราเมง (ราเมงเต้าเจี้ยว)

    ในปัจจุบัน ราเมนได้มีการพัฒนาเมนูขึ้นมาหลากหลายรสชาติและหารับประทานได้ง่ายมากในประเทศญี่ปุ่น เพราะมีขายอยู่แทบทุกตรอกซอกซอย เรียกได้ว่าถ้าขับรถไปตามถนน กล้องติดรถยนต์จะต้องบันทึกภาพร้านราเมงได้หลายร้านแน่ ๆ

    ในปัจจุบันประเภทของราเมงที่ได้รับความนิยมจะมีดังนี้

    โชยุ (SHOYU) หรือซุปซีอิ๊วญี่ปุ่น

    ใช้เครื่องปรุงรสญี่ปุ่นแท้ ๆ อย่างโชยุเป็นส่วนประกอบกับนํ้าซุปทำให้มีรสชาติอมเปรี้ยวนิด ๆ และมีความหอม เหมาะกับทานคู่กับเครื่องเคียงอย่างเกี๊ยวซ่าเป็นอย่างมาก

    มิโซะ(MISO) หรือซุปเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น

    เป็นราเมงตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ ๆ เนื่องจากมีการใช้เต้าเจี้ยวญี่ปุ่นเป็นส่วนผสมหลักต้นกำเนิดมาจากที่เมืองซัปโปโรจังหวัดฮอกไกโดที่มีอากาศหนาวเย็นจึงมีส่วนผสมของนํ้ามันหมูซึ่งช่วยทำให้ร่างกายของผู้ที่กินอบอุ่น

    ทงคตสึ (TONKOTSU) หรือซุปกระดูกหมู

    เป็นที่ขึ้นชื่อของเมืองฮากาดะและคุรุเมะจังหวัดฟุคุโอกะ ความโดดเด่นมาจากนํ้าซุปเข้มข้นกลมกล่อมที่ได้จารเคี่ยวกระดูกหมูเป็นเวลานาน โดยปกติจะใช้เส้นแบบบางตรงเพื่อให้ดูดซับรสชาติของซุปกระดูกหมูได้อย่างเต็มที่ โดยในโตเกียวมีการพัฒนาเมนูนี้โดยใช้หมูสามชั้นย่างเป็นเครื่องเคียง

    เกียวไค (GYOKAI) หรือซุปอาหารทะเล

    นํ้าซุปที่ใช้ได้มาจากกระดูกหมู ไก่ และอาหารทะเลหลายชนิด น้ำซุปจึงมีความเข้มข้นมาก มีทั้งแบบใสและแบบข้น เป็นที่นิยมแพร่หลายในโตเกียวบางร้านจะมีการเติมเศษปลาป่นแห้งลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติในนํ้าซุปด้วย

    โทริ (TORI) หรือซุปกระดูกไก่

    ข้อดีของประเทศญี่ปุ่นคือการที่ไม่ยอมหยุดพัฒนาสิ่งต่าง ๆ รวมถึงราเมงรสชาติใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุค ค.ศ. 2000 โดยนํ้าซุปได้มาจาการต้มกระดูกไก่กับเนื้อไก่ รสชาติของนํ้าซุปหอมอร่อย ซดง่าย คล่องคอ ไม่เข้มข้นหรือติดรสขมนอกจากนี้ยังเพิ่มความอร่อยจากเนื้อไก่และลูกชิ้นเนื้อไก่ที่เป็นเครื่องเคียงอีกด้วย

    อุชิ (USHI) หรือซุปเนื้อ

    ราเมงซุปเนื้อถือเป็นที่นิยมมากในช่วงยุคหลัง เพราะมีนํ้าซุปที่เข้มข้นและหอมหวานแตกต่างจากประเภทอื่น ๆ เครื่องเคียงที่ใช้ก็คือเนื้อวัวย่างที่ยิ่งเพิ่มความกลมกล่อมเข้าไปอีก

    จะเห็นได้ว่าเจ้าแห่งเทคโนโลยีอย่างประเทศญี่ปุ่นที่ทำตั้งแต่กล้องติดรถยนต์ไปจนถึงเครื่องบินโดยสารก็ยังคงไม่ทิ้งเรื่องราวทางด้านวัฒนธรรมในรูปแบบอาหาร น่าปรบมือให้จริง ๆ

ฤดูกาลแห่งความรื่นเริง ญี่ปุ่นหน้าร้อนมีอะไรให้เที่ยวบ้าง

พูดถึงญี่ปุ่นแล้ว คงไม่มีใครไม่รู้จัก เนื่องจากเป็นประเทศที่น่าเที่ยว ด้วยบ้านเมืองที่สวยงาม เทศกาลที่น่าสนใจ และสิ่งสำคัญคือ ไม่ต้องขอวีซ่า รวมไปถึงเรื่องของอากาศหรือฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน ที่ใครหลายๆ คนอาจะไม่ชอบนัก ทำให้ไม่ไปเที่ยวช่วงนี้กันสักเท่าไหร่ แต่ใครจะรู้ว่า ช่วงหน้าร้อนนี่แหละ มีกิจกรรม เทศกาลต่างๆ มากมายให้เลือกทำ

อย่างแรกที่น่าสนใจสุดๆ คือฤดูร้อนของญี่ปุ่นเรียกได้ว่าเป็นฤดูการแห่งความรื่นเริง เพราะดอกไม้พากันเบ่งบาน ออกดอกกันอย่างสะพรั่ง ทำให้เราสามารถชมดอกไม้ที่สวยงามในทุ่งอันกว้างใหญ่ได้ ไม่ว่าจะเป็นซากุระ ทุ่งดอกไม้ฟุราโนะ เมืองฟุราโนะ ทุ่งดอกไฮเดรนเยีย รวมไปถึง ยังมีกิจกรรมอย่างปีนภูเขาไฟฟูจิ ในเมืองฟูจิโนะมิยะ โดยภูเขาฟูจิ เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น รอบๆ ภูเขาเต็มไปด้วยธรรชาติอันงดงาม ซึ่งโดยปกติแล้วภูเขาไฟฟูจิ จะเปิดขึ้นให้ชมได้ในช่วงฤดูร้อน หรือเดือนกรกฏาคมถึงสิงหาคม เพียง 2 เดือนนิดๆ เท่านั้น

ต่อมาเลยจะเป็นเทศกาลที่โด่งดังอย่างงานเทศกาลงานบงโอโดริ ซึ่งอีกหนึ่งเทศกาลที่เป็นที่นิยมในญี่ปุ่น ในช่วงหน้าร้อน สำหรับงานบงโอโดริ หรือเรียกกันสั้นๆ ว่างานบง จะเป็นงานสำหรับรำวงพื้นบ้านของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผู้คนก็จะใส่ชุดยูคาตะออกมาร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานในช่วงคํ่า เป็นงานรื่นเริงที่สร้างรอยยิ้มและความสนุกสนานให้กับผู้คนได้มากเลยทีเดียว รวมไปถึงยังมีการช้อนปลาทอง ตกโยโย่ กิจกรรมสุดฮิตตามงานเทศกาลหน้าร้อนทีมีให้เหล่าผู้เข้าร่วมงานได้สนุกกัน ดีดังเลยก็จะเป็นพวกการช้อนปลาทอง (Kingyo Sukui), ตกโยโย่ (Yo-yo Tsuri), ดึงเชือกเสี่ยงโชค (Senbonbiki) และอื่นๆ อีกมากมายมาให้ได้วัดฝีมือกัน พอถึงในช่วงเวลาค่ำๆ ต้องไม่ลืมที่จะมาชื่นชมความสวยงามของพลุต่างๆ ถ้ากลัวอากาศจะร้อนมากๆ แนะนำให้พกพัดลมไอเย็นเพื่อคลายร้อน เนื่องจากการชมพลุเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะเป็นการจุดพลุเฉลิมฉลองสีสันสวยงามและจะมีความงามแปลกตาต่างจากพลุไทยที่จุดๆ กันอยู่

อีกหนึ่งงานเทศกาลที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ เทศกาลทานาบาตะ (Tanabata) เทศกาลแห่งความโรแมนติกของคนญี่ปุ่น หรือที่เรียกอีกอย่างว่าเทศกาลดวงดาว ที่เชื่อกันว่าเจ้าหญิงทอผ้าและชายเลี้ยงวัวจะได้พบกันเพียงปีละครั้ง และจะมีการเขียนคำอธิษฐานบนกระดาษแผ่นเล็กๆ หลากสีสันที่เรียกว่า ทังซะกุ (Tanzaku) แล้วนำไปแขวนประดับกับกิ่งไผ่เพื่ออธิษฐานขอพรจากดวงดาวโอริฮิเมะ (Orihime) ที่เชื่อว่าจะทำให้สมหวังตามที่ปรารถนา ซึ่งช่วงเวลากลางคืนจะมีการประดับไฟอย่างสวยงาม

ในส่วนของกิจกรรมที่พลาดกันไม่ได้เลยในช่วงหน้าร้อน มา!! เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม หมวก พัดลมไอเย็น เสื้อผ้าสบายๆ เพราะเรากำลังจะไปตะลุยกินดับร้อน พร้อมช้อปปิ้งให้กระจาย แน่นอนว่าหมวกหรือพัดลมไอเย็นคงไม่ได้ช่วยให้เราคลายร้อนได้เท่าได้น้ำแข็งใสหรือไอศครีมอร่อยๆ สักถ้วยหนึ่ง โดยเฉพาะในหน้าร้อนน้ำแข็งใสและไอศครีมจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งขนมหวานอย่างน้ำแข็งใสของญี่ปุ่นนั้นจะมีหน้าตาที่ดูธรรมดาๆ ทั่วไปมาก แต่ไม่รู้ทำไมเกร็ดน้ำแข็งของเค้าถึงได้นุ่มขนาดนี้  กินแล้วฟินมาก หอมหวานอร่อยอยู่ในคำเดียว และพลาดไม่ได้เลยกับการช้อปปิ้ง โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน เรียกได้ว่าเป็นช่วงลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลของญี่ปุ่นเลยที่เดียว ซึ่งจะอยู่ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ถึงต้นสิงหาคม ทั้งห้างและร้านค้าต่างๆ จะพร้อมใจกันขึ้นป้ายเซล 50% – 90% กันเลยที่เดียว มีสินค้ามาลดกันหลากหลายแล้วแต่สไตล์ เอาต์เล็ท แบรนด์เนมก็มีลดราคากันอย่างจุใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาประมาณ 7 – 10 วันเท่านั้น แนะนำให้ไปวันธรรมดา เพราะเป็นวันทำงานของคนญี่ปุ่น ถ้ารอวันเสาร์ – อาทิตย์คนจะเยอะเป็นเท่าตัวเลย แหล่งช้อปปิ้งที่แนะนำเลย คือรอบๆ ย่านชิจูกุ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของกรุงโตเกียว ครบทั้งแบรนด์เนม ห้างสรรพสินค้า ไนท์คลับ บาร์ โรงแรม โรงหนัง จับหมวกให้มั่น ถือพัดลมไอเย็นให้พร้อม เตรียมเงินในกระเป๋าให้ดี แล้วรีบไปช้อปปิ้งให้ไว

Nintendo บริษัทผู้เปลี่ยนวงการวีดีโอเกมญี่ปุ่น

          ถ้าพูดถึงวีดีโอเกม หลายคนคงยกให้ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้นำเบอร์ต้น ๆ ของโลกแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยีที่ประดิษฐตั้งแต่ เครื่องคิดเลข ไปจนถึงรถยนต์แล้ว ก็ยังเป็นเจ้าแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นแกนหลักของความบันเทิงอีกด้วย

          เมื่อ 2 สิ่งนี้มารวมกันจึงเกิดเป็นนวัตกรรมวีดีโอเกมที่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ทั่วโลกติดใจ และถ้าหากให้เลือกผู้ผลิตทั้งเครื่องเล่นและซอฟต์แวร์เกมชื่อดังของญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ต้องมีโลโก้ของบริษัท Nintendo ลอยเด่นออกมาแน่ ๆ เพราะเป็นบริษัทที่ยืนหยัดมานานและยังคงประสบความสำเร็จมาทุกยุคทุกสมัย แถมยังสร้างตัวละครในโลกวีดีโอเกมที่น่าจดจำอย่าง Mario หรือ Pokemon ซึ่งในวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับบริษัทนี้ให้ดียิ่งขึ้น

          เราจะพาคุณย้อนกลับไปในปี 1889 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Nintendo กำเนิดขึ้นซึ่งในตอนนั้นแค่เทคโนโลยีอย่าง เครื่องคิดเลข ก็ยังไม่แพร่หลายสำหรับคนใช้ทั่วไปเลย Nintendo แต่เดิมใช้ชื่อว่า “Nintendo Koppei” ก่อตั้งโดย Fusajiro Yamauchi เพื่อจำหน่ายการ์ด Hanafuda ซึ่งเป็นการ์ดสำหรับใช้เล่นเกมต่าง ๆ สำหรับผู้คนในเวลานั้น

 Nintendo บริษัทผู้เปลี่ยนวงการวีดีโอเกมญี่ปุ่น

          ในปี 1953 จากการที่ใช้กระดาษเป็นวัสดุในการทำการ์ดก็ได้แปลเปลี่ยนมาใช้พลาสติกเจ้าแร กในประเทศจนได้กลายมาเป็นผู้นำการผลิตการ์ดเกมที่มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดใน ญี่ปุ่นซึ่งเป็นยุคที่หลานของ Fusajiro ที่ชื่อว่า Hiroshi Yamauchi ได้ขึ้นเป็นผู้บริหารบริษัทนี้ต่อนั่นเอง ความสำเร็จนี้เป็นตัวผลักดันให้บริษัทก้าวเข้าสู่ความเป็นบริษัทมหาชนในปี 1962

            &nbsp ;  ด้วยเงินทุนที่มากมาย Nintendoได้มาทำธุรกิจมากมายหนึ่งในนั้นก็คือบริษัทผลิตของเล่นนั่นเอง ซึ่งผลิตภันท์ที่ได้รับความนิยมมาก ๆ ก็คือ Ultra Hand ที่มีลักษณะเป็นแขนที่ยืดออกไปจับสิ่งของต่าง ๆ ได้

            &nbsp ;  ในปี 1975 บริษัทก็เริ่มสนใจในวงการเกม และได้เริ่มพัฒนาเกมให้กับเครื่องต่าง ๆ เกมแรกมีชื่อว่า EVR Race และต่อมาก็มีเกมที่ดังเป็นพลุแตกอย่าง Donkey Kong

            &nbsp ;  ในปี 1980 พนักงานบริษัทชื่อ Gunpei Yokoi ได้แรงบันดาลใจในการทำเครื่องเล่นพกพามาจากการที่เขาได้เห็นมนุษย์เงินเดือน คนหนึ่งนั่งกดเครื่องคิดเลขด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ เขาจึงมีไอเดียในการผลิตเครื่องเล่นวีดีโอเกมพกพาที่ชื่อ Game & Watch ที่มีรูปแบบการเล่นง่าย ๆ แต่เพลิดเพลิน โดยทำยอดขายทั่วโลกจนถึงปัจจุบันไปถึง 80 ล้านเครื่องเลยทีเดียว

          และหน้าประวัติศาสตร์ของวงการเกมก็เปลี่ยนไปตลอดกาลในปี 1983 ที่ Nintendo ออกเครื่องเล่นเกม Console เป็นของตัวเองในชื่อ Famicom ซึ่งย่อมาจาก Family Computer ทำยอดจำหน่ายได้ 500,000 เครื่องภายในเวลาเพียง 2 เดือนเฉพาะในญี่ปุ่น และในปี 1985 ก็ได้ทำการจัดจำหน่ายไปทั่วโลก โดยปรับเปลี่ยนดีไซน์และชื่อเป็น Nintendo Entertainment System หรือ NES ซึ่งในปีนั้นก็ได้มีเกม Super Mario Bros ออกมา ซึ่งตัวคาแรคเตอร์ในเกมก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของวงการเกมจนถึงปัจจุบัน

          กลับมาที่วงการเกมแบบพกพาทางบริษัทก็ไม่ได้หยุดความสำเร็จอยู่แค่ Game & Watch เท่านั้น ในปี 1989 คุณ Gunpei Yokoi ได้พัฒนา Game Boy เกมพกพาที่ใหญ่ประมาณเครื่องคิดเลขแต่สามารถเปลี่ยนเกมได้ โดยเป็นภาพขาวดำมี 4 ระดับความเข้ม แน่นอนว่าได้รับผลตอบรับดีทั่วโลกและเป็นต้นกำเนิดของไตเติ้ลเกมระดับตำนาน อีกหนึ่งที่ชื่อว่า Pokemon ในปี1996

ต่อมาบริษัท Nintendo ก็เป็นผู้นำในวงการวีดีโอเกม ซึ่งได้พัฒนา Console ออกมามากมายเช่น Super Nintendo Entertainment System, Nintendo 64, GameCube, Wii, Wii U และเกมพกพาเช่น Game Boy Color, Game Boy Advance, Nintendo DS หรือ Nintendo 3DS เป็นต้น ซึ่งแต่ละเครื่องขนาดก็เล็กไม่เกินเครื่องคิดเลขเลย

Nintendo บริษัทผู้เปลี่ยนวงการวีดีโอเกมญี่ปุ่น 2 

จนในยุคปัจจุบันก็ได้มีเครื่องเล่นวีดีโอเกมลูกผสม Console และ พกพา ออกมาในชื่อ Nintendo Switch โดยออกวางจำหน่ายในปี 2017 ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ของวงการเกมเลยทีเดียว โดยขายไปแล้วทั่วโลกจนถึงปี 2019 ไปกว่า 32 ล้านเครื่อง ด้วยราคาเมื่อกดเครื่องคิดเลขคำนวนแล้วแค่หมื่นต้น ๆ ก็ถือว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว และนี่คงจะเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของบริษัทผู้คร่ำหวอดในวงการวีดีโอเกมแห่งนี้ แน่ ๆ ซึ่งในอนาคตจะมีอะไรให้ตื่นเต้นกันอีกต้องจับตาดูต่อไป

          ทั้งหมดคือเรื่องราวที่น่าสนใจของเจ้าพ่อวงการเกมแห่งเกาะญี่ปุ่นอย่าง Nintendo หวังว่าจะชื่นชอบกันนะครับ

            &nbsp ; 

       

ไปญี่ปุ่นทั้งที แต่งตัวยังไงไม่ให้เป็นที่รังเกียจของสังคม

กาละเทศะถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องมีกันทุกคน ผมก็ไม่ก็ช่างไปเที่ยวพวกคุณเองก็จำเป็นที่ต้องมีกาลเทศะ โดยเฉพาะการไปเที่ยวญี่ปุ่นการแต่งตัวให้ถูกกาลเทศะถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถึงแม้ในความจริงผู้ชายทั่วไปตั้งใจไปญี่ปุ่นนอกจากการเที่ยวก็สาวๆ AV เนี่ยแหละที่ตรึงใจ

แต่จริงแล้วถึงแม้จะใช่ผู้หญิงที่แต่งตัวได้ยั่วยวน ถึงอย่างไรก็ตามผู้ชายทั่วไปก็ต้องารผู้หญิงที่รู้จักกาลเทศะบ้าง เอาจริงถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องการไปเที่ยว แต่มีสมองก็ควรที่จะคิดได้การแต่งตัวแบบไหนถือว่าเหมาะ เพราะว่าในความเป็นจริงผมไม่ได้เห็นเพียงแค่ผู้หญิงที่แต่งตัวไม่เหมาะสมบรรดาผู้ชายเองก็ไม่เหมาะสมเหมือนกัน

เดี๋ยวนี้เรื่องไปศาลเจ้าก็เป็นเรื่องสำคัญ เท่าที่ผมเห็นสาวส่วนใหญ่มีหลายคนที่ใส่กางเกงขาสั้นถ้าจะพูดตามหลักความจริงผมว่าวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมก็มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของการแต่งตัวไปศาลเจ้าหรือไปวัด และเอาจริงการที่จะไปวัดคิดอะไรอยู่ ถึงแต่งตัวใส่ขาสั้นไปวัดถึงแม้จะไม่ใช่เมืองไทยก็ตาม

จริงๆถ้าลองสังเกตคนรอบข้างจะรู้โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นแท้ๆส่วนใหญ่ที่ไปวัดหรือศาลเจ้าก็จะแต่งตัวแบบเรียบร้อย และที่สำคัญเสื้อผ้าที่เป็นขนสัตว์ถือเป็นข้อห้ามสำคัญในการใช้ถ้าหากว่าจะไปวัดในญี่ปุ่น และถ้าใส่ไปก็อาจจะทำให้กลายเป็นที่น่ารังเกียจของสังคมก็ได้

“ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะไม่ใส่เสื้อขนสัตว์ไปศาลเจ้า เพราะเสื้อขนสัตว์ส่วนใหญ่ มีความเชื่อมโยงในเรื่องของการนำสัตว์ไปฆ่า เพราะฉะนั้นถือเป็นเรื่องไม่เหมาะที่จะนำเสื้อแบบนี้ไปใส่ในศาลเจ้าสำหรับญี่ปุ่น แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้นเพราะการดูแลก็ยากด้วยถ้าหากว่ามีการติดควันธูปมา ผมว่าเหตุผลแรกฟังดูควรที่จะกระทำมากที่สุดและควรที่จะมีจิตสำนึกด้วย ”

เรื่องการแต่งกายไปศาลเจ้าผมว่าสำคัญแล้ว เอาในความเป็นจริงแล้วการแต่งตัวแม้กระทั่งอยู่ภายในโรงแรมผมว่าก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะถึงแม้ว่าจะอยู่ภายในโรงแรมบีทีเอสแต่คุณจะมั่นใจได้ยังไงว่าไม่ได้มีกล้องซ่อนอยู่ ผมพยายามเตือนญาติทุกคนที่ไปเรื่องของการแต่งตัวผมว่ามันคือความสำคัญ

อย่างการแต่งตัวในโรงแรมทางที่ดีก็ควรที่จะเป็นชุดนอนไปเลย หรืออาจเป็นชุดที่ทางโรงแรมจัดเตรียมเอาไว้ให้แต่ถ้าหากว่าเลือกใส่ชุดหรือเสื้อผ้าแบบนี้ก็ไม่ควรที่จะเดินออกไปข้างนอกแล้ว เพราะในความจริงประเทศญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป ดังนั้นถ้าหากรู้จักป้องกันตัวเองแม้กระทั่งอยู่ข้างนอกหรือภายในโรงแรมก็มันคงปลอดภัยมากกว่า

กฎระเบียบของคนญี่ปุ่นที่คนไทยมองข้าม

ล่าสุดลองนั่งอ่านเรื่องราวองญี่ปุ่นไปเรื่อยๆเวลาที่ว่าง เอาจริงสิ่งที่เห็นจะเป็นส่วนใหญ่คนไทยชอบทำผิดกฎหมายหรือกฎระเบียบของญี่ปุ่น ทั้งๆที่มันก็บอกอยู่ว่ามันคือกฎระเบียบและควรที่จะต้องปฏิบัติตาม ส่วนใหญ่ก็มักมองข้าม ไม่เข้าใจว่าเป็นโรคจิตหรือพูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง

อย่างเรื่องกรณีดาราไทยที่เป็นเต้นบนรถไฟ เอาจริงเราส่วนใหญ่ก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าญี่ปุ่นเป็นคนที่ตั้งกฎระเบียบมากขนาดไหน แน่นอนว่าบางทีทำไปแล้วอาจจะไม่คิดแต่ผลที่มันตามมาอันตรายกว่าที่คิด

เพื่อนผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยโดนกฎหมายของญี่ปุ่นเล่นงาน ถ้าหากทำที่เมืองไทยเราคงคิดว่ามันไม่อะไรมากมายจะเอาจริงบอกเลยว่าคนญี่ปุ่นยอมไม่ได้ แซงคิว

“ การแซงคิวสำหรับคนญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องผิดมหันต์ ผมไม่ได้บอกว่ามันเวอร์นะเว้ย แต่เอาจริงคือทุกคนคิดว่ามีเวลาเท่ากันเพราะฉะนั้นเวลาก็ถือเป็นสิทธิที่ทุกคนพึงจะมี และผมว่ามันก็ถูกแล้วที่เขาคิดแบบนั้น และถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งถ้าหากว่าคนไทยทำก็ควรที่จะบินกลับประเทศไปเลย ความจริงแล้วคนญี่ปุ่นมองคนที่แซงคิวว่า เป็นคนที่ไม่มีคุณค่าในตัวเอง ซึ่งการถูกมองแบบนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ”

บางคนอาจจะเคยคิดว่าแซงคิวกับคนญี่ปุ่นเขาไม่ได้รู้จักเราก็คงไม่เป็นไร ผมรอบอกเลยว่ามันคือความคิดที่โง่มากเพื่อนผมเองก็เป็นคนหนึ่งคนที่คิดแบบนั้น สุดท้ายก็โดนกฎหมายญี่ปุ่นเล่นหาเนื่องจากว่าคนที่โดนแซงคิวดันไปแจ้งความ แต่ยังดีที่เพื่อนผมกับโดนปรับแทน( เสียเงินไม่พอ เสียหน้าด้วยเพื่อนตรู!!) และยังโดนบันทึกประวัติอาชญากรรมด้วย เพราะเนื่องจากว่าความผิดของการแซงคิวถือเป็นความผิดขั้นลหุโทษ

พอดีนั่งไปซักพักก็เลยได้หันไปคุยกับคนข้างๆที่มากับเพื่อนเหมือนกัน อันนั้นก็โดนในเรื่องถ่มน้ำลายลงที่สาธารณะซึ่งการลงโทษก็ไม่ต้องกังวล บอกเลยว่าโดนแบบเดียวกับเพื่อนผมเป๊ะเอาจริงตามที่กฏหมายมันก็มีบอกเอาไว้หรือมีป้ายเตือน จนถึงขั้นญี่ปุ่นได้มีการทำป้ายเตือนเป็นภาษาไทย คนไทยส่วนใหญ่เองก็ไม่ได้สำนึกด้วยซ้ำ

“ คนไทยอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องชิวๆสบายๆ แต่รู้ไหมว่าคนญี่ปุ่นเคารพธรรมเนียมในเรื่องของการเดินกินมาก เพราะการเดินกินเปรียบเสมือนกับการไม่เคารพหรือไม่ได้ใส่ใจอาหาร หรือจะเรียกได้ว่าเป็นการหยามเกียรติคนทำอาหารก็ได้ มองเผินๆมันก็เรื่องเล็กน้อยจะอะไรนักหนาว่ะ?? แต่จริงแล้วมันกลับเป็นเรื่องที่ใส่ใจแม้กระทั่งความใส่ใจของคนๆหนึ่ง ”

เอาจริงมันคือพฤติกรมหรือข้อห้ามที่จากที่ผมเคยไปญี่ปุ่นแล้วสังเกตเห็น ไม่ใช่เรื่องแค่ที่เพื่อนผมโดนจับเพราะผมเคยเห็นคนทำพฤติกรรมแบบเดินกิน ก็อาจจะถูกสายตารังเกียจเหยียดหยามจากคนญี่ปุ่นด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ถ้าหากมาทำแบบนี้ในประเทศไทยก็คงไม่มีใครมองและสนใจด้วยซ้ำ

สถานที่ดีจะไปญี่ปุ่นเรียนรู้เรื่องพฤติกรรมเค้าไว้บ้างก็ดี ไม่ใช่สักแต่ว่าจะไปเที่ยวแต่การใส่ใจวัฒนธรรมของเขาการปฏิบัติตัวก็เป็นเรื่องที่สำคัญ และวัฒนธรรมเหล่านี้เรียนได้ง่ายๆอินเตอร์เน็ตและถ้าไม่ได้จะสละเวลาเรียนวัฒนธรรมของเขาก็อยากไปประเทศเขาจะดีกว่า

พกอะไรไปญี่ปุ่น ให้เหลือพื้นที่ในกระเป๋า

บางทีในเรื่องของการไปญี่ปุ่นมีในเรื่องการเตรียมตัวก็เป็นเรื่องสำคัญ คงไม่มีใครมันจะบ้าไปโดยที่ไม่เตรียมตัว แบบพอถึงเวลายัดของลงกระเป๋าแล้วไปเลยจบ เอาจริงผมว่ามันก็มีบางคนแหละที่ทำ แต่สละเวลาซักครึ่งชั่วโมงมาเต็มกระเป๋ามันก็คงจะไม่ตาย

และยิ่งความจริงแล้วการจัดของเพื่อไปญี่ปุ่นก็ไม่ได้ยาก แต่แค่ต้องรู้อะไรควรเอาไปไม่ควรเอาไปมีมือใหม่หลายคนที่ไม่รู้ ผมจะสละเวลามาอธิบายให้ละกัน เพราะเอาจริงๆตอนแรกผมเองก็ไปแบบจัดเต็ม ซึ่งสุดท้ายที่เอาไปในกระเป๋าก็แทบจะไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำ

“ ไม่ต้องยัดอะไรไปเยอะ เหลือที่ไว้ใส่ของกลับบ้างเอาจริงถ้าใส่องไว้แบบนี้ ก็ถอว่าเป็นระเบียบไม่ใช่มีอะไรก็จับยัดเข้าไป แล้วยังเหลือที่เอาไว้ใส่ของหลับได้อีก เพราะในความเป็นจริงส่วนใหญ่แม่งคิดมากทั้งนั้น เชื่อผมแล้วจะสบายไปอีกเยอะ รองเท้า สวยงาม ใส่หล่อไม่ต้องเอาไเลยแม่งเปลืองพื้นที่ชิบเป๋ง!! เอาจริงดีที่สุดรองเท้าที่ถึกๆใส่ๆยัดๆไปเลย จริงเอาไปคู่เดียวก็ได้ แต่ถ้ากลัวเหม็นก็เอาถุงเท้าไปหลายๆคู่ ถุงเท้าแนะนำให้เป็นแบบหนาๆ เพราะมันจะได้ทั้งความอุ่นแล้วก็กันไม่ให้ส่งกลิ่น ”

สองอย่างนี้สำคัญมาก ไม่ทำตามก็บอกคำเดียวว่ารอรับความซวยได้เลย เรื่องเสื้อผ้าก็ไม่ต้องอะไรมากอย่าเยอะจนเวอร์เอาไปให้ตรงกับฤดูกาลที่ไปก็พอจะได้ไม่เปลืองพื้นที่ที่มีอยู่ภายในกระเป๋า เรื่องนี้ต้องจัดกันได้มั่งล่ะ ถ้าไม่ได้ก็ควรพิจารณาตัวเองได้แล้ว

บอกไว้ก่อนว่าของที่เห็นนี้ดีมาก เอาจริงเตรียมเครื่องอาบน้ำไปเล็กน้อยไม่ต้องไปแบกให้มันหนักหรือเสี่่ยงเละในกระเป๋าหรอก เพราะจริงแล้วโรงแรมส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเครื่องอาบน้ำดีกว่าที่แบกไปจากไทยอีก เพราะที่เอาไปเป็นของกากไปเลย และจริงบางโรงแรมการบริการขั้นสุดคลิปบะหมี่มาร์คหน้าแจก อธิบายคือทั้งหมดนั้น คือของดี!!แล้วจะแบกไปให้โง่ทำไมวะ

ไม่ต้องกังวลเรื่องเตรียมของไปไม่ครบหรอก ก็ใช่ว่าไปถึงที่ญี่ปุ่นแล้วจะไม่มีที่ซื้อผู้คนส่วนใหญ่รวมถึงผมเองขาดอะไรก็แค่เข้าร้านขายยา และร้านขายยาที่นี่มีครบ เพราะฉะนั้นไปเทียวไม่ได้ไปงานแฟชั่นบางอยางก็ไ่ต้องเวอร์ โดยเฉพาะเรื่องเตรียมกระเป๋า ผมเห็นบางคนแบกไปเยอะนะแต่แบบเอาจริงหนักป่าวๆไม่ได้ใช้ด้วย

แล้วถ้าลองเทียบกับสิ่งที่ผมลองเตรียมไปดูแล้วจะรู้ว่าบางอย่างมันก็ไม่ได้คุ้มที่จะเตรียมไปเสมอ บางทีไปกับเพื่อนผมยังสงสัยว่ามันจะแบกอะไรหนักหนาวะ แต่จริงๆเตรียมเท่านี้ก็พอ

ร่างกาย เตรียมยังไงให้พร้อมก่อนไปญี่ปุ่น

คนเราสภาพสังขารมันต่างกันพอสมควร ทานที่ดีทำอะไรก็นึกถึงร่างกายตัวเองบ้างอย่างหนึ่งที่ผมเห็นบ่อยๆเพราะผมเองก็เป็นคนที่ชอบเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและยิ่งในปัจจุบันคนไทยไปได้ง่ายมาก มันจึงทำให้ผมพบเจอกับคนไทยแทบทุกระเบียบนิ้วหรือทุกตารางนิ้วในญี่ปุ่น ซึ่งบางทีมันก็ดูน่าอึดอัด

เพราะส่วนใหญ่เวลาไปเที่ยวก็ชอบไปตามสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมกันทั่วไป แต่พอออกแรงเดินนิดนิดหน่อยหน่อยก็บ่น หรือแบบบางคนพึ่งไปถึงก็เป็นหวัด แบบเฮ้ย!!ไม่เตรียมตัวกันบ้างหรอ นี่ตั้งใจมาเที่ยวจริงหรือใช้เงินไปวันๆ บางทีเตรียมตัวเตรียมสุขภาพมาบ้างก็ได้ ผมเองก่อนจะเดินทางก็วางแผนมาพอสมควรโดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ

อย่างส่วนใหญ่ก่อนที่จะไป ผมเลือกที่จะไปออกกำลังกายแบบวิ่งหรือเดินเยอะ(กรณีจากที่เคยไปมาก่อน) ก็ไม่ค่อยอยากจะแนะนำท่าไหร่ แต่เอาจริงๆก็เป็นรื่องที่ควรจะทำ ความลับอย่างหนึ่งของการไปเที่ยวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็ใช้เรื่องการเดินเป็นหลัก เดี๋ยวเดินไปนั่นเดินไปนี่ ตัวอย่างเช่นเดินวนๆกลับรถไฟก็ล่อไปหลายกิโล แล้วจะไม่ให้น่องปูดได้ไงวะ

เออ…อีกอย่างที่ห้ามลืม ยานวด ตะไปพึ่งสุขภาพอย่างเดียวมันคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับคนฉลาด หรือไม่งั้นก็ต้องพึ่งรองเท้าละวะ เอาที่มันพอดีเท้า และรองเท้าส้นหนามันสามารถที่จะรองรับน้ำหนักในการกดทับระหว่างเดินได้ดี มันจะทำให้สบายมากขึ้น

อีกอย่างผู้หญิงบางทีมันก็ไม่ต้องสวยตลอดก็ได้มั้ง ผมว่ามันจะทำให้คุณดูเยอะไป ส้นสูงไม่ต้องขนไป มีหวังเขวี้ยงมันทิ้งอยู่แถวนั้นแหละ เอารองเท้ากีฬาใส่สบายๆไปยังดีซะกว่า

ยา!!! ต่อให้เตรียมตัวมาดีแค่ไหนโอกาสที่จะป่วยมันมีมากถึง 50% ป้องกันเอาไว้ก่อนก็ดี จะได้ไม่เป็นภาระคนอื่นเขาถ้าไม่คิดจะดูแลตัวเองแล้วใครจะสนใจวะ ยิ่งเรื่องของอากาศความแตกต่งกันมันมีมากพอสมควร เรื่องป่วยมันเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แต่ก็มีส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ปวดเพราะอากาศ แต่ส่วนใหญ่กับผู้ป่วยเพราะไม่ได้นอน ก็มัวแต่ตื่นเต้นจนลืมหลับลืมนอน

“ บางทีเราอาจจะเพียงต้องใช้เวลากับสิ่งที่เห็นตรงหน้ามากกว่า เพราะฉะนั้นถ้ามันถึงเวลาพักก็ควรจะพักไม่ใช่มานั่งถ่างตา แทนที่จะได้มีเวลาไว้ไปเที่ยวเต็มที่ แต่สุดท้ายก็นอนจมเตียงอยู่ที่โรงแรม ”

บางคนก็ตื่นเต้นเกินเหตุ มันก็อาจจะไม่เหมาะสมหรอกวะผมว่าบางทีก็ควรที่จะเตรียมตัว มีหลายคนที่ไม่เตรียมร่างกายให้พร้อมสุดท้ายความลำบากมันก็อยู่กับเพื่อนร่วมทาง หรือหนักกว่านั้นสุดท้ายก็ต้องเข้าโรงพยาบาลป่วยกันไป จากที่ผมเองก็เที่ยวญี่ปุ่นมาบ่อย และเห็นแทบทุกครั้ง

ทางเลือกความประหยัดกับโรงแรมแคปซูล

ผมเองก็เป็นคนอย่างนี้ชอบเที่ยว ญี่ปุ่นนี่ไม่ต้องพูดถึงเอาจริงผมก็คนนึงที่คลั่งไคล้ญี่ปุ่นหรือใครจะว่าบ้าก็ไม่แคร์ ต้องเป็นแบบนั้นจริงๆแล้วคุณเองจะเข้าใจ ว่าบางทีเวลาที่ชอบอะไรแม่งอยากที่จะตัดใจ ต้องการอะไร มีหลายคนก็คอยเข้ามาว่ามาแซะ ผมห้ามปากคุณ ความคิดคุณไม่ได้ ดิ้นเองเองละกันถ้าเดือดร้อน กับการที่ผมแค่คลั่งไคล้ญี่ปุ่น

ตัวผมก็มีเหตุผล เอาจริงก็ลองดูวัฒนธรรมของญี่ปุ่นจะรู้แล้วว่ามีความแตกต่างกับประเทศอื่นพอสมควรในเรื่องของระเบียบวินัย รวมไปถึงรูปแบบต่างๆมากมาย ทั้งในเรื่องที่พัก บรรยากาศ สถานที่ต่างๆ อาหาร เอาจริงมันก็ยังมีอีกเยอะ แต่ตัวผมชอบที่สุดก็เรื่องที่พัก เพราะไม่มีให้เลือกเยอะ เยอะจนบางทีผมเองก็หงุดหงิด

แต่จริงๆมีที่พักที่น่าสนใจที่มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมมองข้ามไปตอนแรก อย่างโรงแรมแคปซูล เอาจริงผมมั่นใจว่ามีหลายคนที่เคยได้ยินมันมาบ้าง แต่ถ้าใส่ใจก็จะรู้ว่าเป็นโรงแรมแบบไหนมีการให้บริการอะไร หรือวัตถุประสงค์จริงๆของโรงแรมเป็นอย่างไร และก็ไม่ได้อยากไปลองหาข้อมูลให้มันเสียเวลา ตัดสินใจไปพักก็จบเรื่อง

โดยตัวผมเองก็ไม่ได้เลือกพักที่เดียวแต่ละที่มันก็ไม่ได้มีความเหมือนกัน มันก็มีในเรื่องของความแตกต่างอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เลือกเอาหลักๆแล้วกัน พิมพ์เยอะไปมั่นใจว่ายังไงก็ไม่ค่อยอ่าน

“ ทำไมต้องเลือกพักโรงแรมแคปซูล เอาจริงผมว่ามันประหยัดกว่าโรงแรมหลายเท่า ง่ายๆคือมันถูกว่าว่ะ ใครไม่มีตังค์แต่คิดจะเที่ยว แคปซูลทางเลือกหนึ่งเลยล่ะ แล้วมันต่างกับโรงแรมโดยทั่วไปเพียงแค่มีห้องที่เล็กกว่า กับราคาที่ประหยัด ”

อย่างที่บอกโรงแรมแคปซูลมีความต่างกับโรงแรมทั่วไปเพียงแค่นั้น แล้วจะเอาเงินไปทิ้งไว้กับสิ่งเหล่านั้นทำไมเอาไปเที่ยวอาจจะเกิดประโยชน์มากกว่า

ใครที่รักความสบายก็ไม่ต้องกังวลไปหรอก ส่วนใหญ่สิ่งอำนวยความสะดวกมันก็เหมือนกับโรงแรมกันทั้งนั้นแหละ แล้วจะกังวลไปเพื่อ!! ทั้งทีวี internet WiFi วิทยุ นาฬิกาปลุก ไดร์เป่าผม เอาจริงเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกยังมีอีกเยอะอ่ะ เลิกคิดได้แล้วว่าจะไม่สบาย ยังไงก็สบายอยู่แล้ว

“ ข้อห้ามอย่างเดียวสำหรับการนอนโรงแรมแคปซูล อย่าเสียงดัง!!! เจอมากับตัวแทบนอนไม่หลับ ไม่รู้เป็นอะไรคนพวกนี้ไร้มารยาทที่สุด โรงแรมแคปซูลกับโรงแรมธรรมดานอกจากเรื่องของขนาดที่ต่างกันในเรื่องของการกันเสียงจากห้องอื่นก็ต่างด้วย ทางที่ดีอยู่เงียบๆจะดีที่สุด ”

เอาเป็นว่าถ้าเลิกไปนอนโรงแรมแคปซูล มารยาทในเรื่องของการใช้เสียงสำคัญเพราะที่ไปพัก็เจอคนไทยหลายคนที่ทำเสียงดัง ทำแบบนี้เสียชื่อประเทศซะเปล่าอยู่บ้านจะดีกว่า และเรื่องราคาเช็คก่อนที่จะไปเพราะช่วงเวลาแต่ละช่วงราคาของค่าที่พัก็จะแตกต่างไปอีก

ไปญี่ปุ่นที Japan Adult Expo จะพลาดได้ไง แต่ดันตกรถไฟจะทำไงดี

“Japan Adult Expo มิติใหม่ในการดู AV แต่ไปทั้งทีก็ต้องคุ้มค่า ถ้ามากไปผลเสียก็ตามมา มีแผนสำรองเอาไว้บ้างก็ดี ”

แหม่ ถ้าให้พูดถึงสาวๆAV ญี่ปุ่นเรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวม แล้วผมเองก็คงไม่พลาด ก็แต่ละคนทำเอาลืมโลกภายนอกเลย ทั้งสวย ขาว อวบอึ๊ม โอ๊ย อย่าให้พูด ไอ้เรื่องใช้เวลาข่มใจมันก็นานเอาเรื่อง กว่าจะทำให้น้องชายตัวดีสงบได้ก็เกือบชั่วโมง แต่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นแรงแทบหลุดจากอก

แต่ก็กะแล้วทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามต้องการเลยวะ เออ!!แต่ช่างแม่งมั่งก็ได้ เดินไปก็จินตนการไปสะท้านมากงานนี้ เพราะมันเป็นงานที่รวมสาวจากทุกค่าย แหม่ แต่ว่าเพลินๆไปงานมันก็จวนจะเลิก แต่ด้วยความใจมันเตลิดไปแล้ว ให้กลับไปโรงแรมตอนนี้พรุ่งสั้นนอนไม่หลับแน่เลยวะ

ก็เลยตัดสินใจไปหาอะไรทำ เพราะตั้งใจจะไปเดินห้างความเร็วร้ายก็เกิดขึ้น ญี่ปุ่นดันปิดห้างไวไอ้เรา ด้วยความที่มันเซ็งจัดจะไปเดินห้างไม่ได้ ลองเลือกเดินย่านที่ได้รับความนิยมรวมถึงลองชิมอาหารร้านต่างๆไปเรื่อยๆ สุดท้ายเวลาก็เที่ยงคืน ตกรถไฟจนได้

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก เอาไงล่ะทีนี้จากที่เซ็งอยู่แล้ว แม่งโคตรเซ็งไปกว่าเดิม ทางเลือกมีแค่ ทางนั่งแท็กซี่กลับไป แต่ก็มีความเสี่ยงที่ค่าแท็กซี่จะแพงบรรลัย แต่ถ้าเลือกที่พักใหม่ก็แพ้ไม่แพ้กัน แต่พอดีลองหาสถานที่ที่เปิดอยู่ โคตรโชคดี พอไปเจอ internet Cafe

มันคือสวรรค์ของคนตกรถ โดยสำหรับ internet Cafe มันจะมีแพ็คเกจให้เลือกหลายราคา ก็ขึ้นอยู่กับชั่วโมงที่อยู่หรืออาจจะค้างคืน ก็จะมีแพ็คเกจให้เลือก แต่เอาจริงถึงจะบอกว่ามันคือ internet Cafe ข้างในมันไม่ใช่อย่างที่คิด คือมันก็มีกิจกรรมรองรับเยอะ เพราะบางที่ก็มีทั้งโซนหนังสือ เครื่องดื่ม เครื่องเล่นแบบต่างๆ ถ้าโชคดีก็มีบางที่ถ้าโชคดีก็มีบางที่ๆมีคาราโอเกะในตัว บางคนเย็นเช้ายังทำกิจกรรมทั้งหมดที่มีอยู่ภายใน internet Cafe ไม่หมดด้วยซ้ำ

แต่มันก็ยังดีที่ไม่ได้น่าเบื่อมากจนเกินไป อย่างกิจกรรมข้างในมันก็มีเยอะพอเข้าไปนั่งข้างในมันก็เพลินจนทำให้ลืมความรู้สึก ลืมเวลา ลืมด้วยว่าต้องกลับโรงแรม มันก็กลายเป็นสถานที่ที่ดีอีกหนึ่งแห่งแต่เอาจริงการที่จะเดินทางมาญี่ปุ่น ผมว่าอย่าประมาทจะดีกว่า ลองดูตารางเวลา แพนตารางเวลาให้มันไปพร้อมกัน ถ้ามันไม่ได้จริงๆแถมสำรองก็ควรมี แต่จริงๆถ้าสนใจก็ตามสิ ประสบการณ์สำหรับญี่ปุ่นผมยังมีอีกเพียบ ถ้าไม่รีบนนะ