ไปญี่ปุ่นบ่อยๆ แต่งบ้านยังไงให้ได้แบบญี่ปุ่นบ้าง

“ ญี่ปุ่น เมืองเล็กบรรยากาศดีสถานที่ดี บางทีเปลี่ยนบรรยากาศเองบ้างก็ได้ ให้บ้านบรรยากาศแบบญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยาก”

บางทีการเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อย ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่ออยู่เหมือนกัน ไม่ใช่เบื่อบรรยากาศหรืออะไรแต่ว่าค่าใช้จ่ายมันก็อาจะเยอะอยู่ ส่วนนี้คำนวณดูดีๆมันก็คงไม่คุ้ม

ความไม่คุ้มันก็ทำให้ผมท้ออยู่เหมือนกัน ใครมันจะไปบ้านเสียเงินอยู่ทุกวี่ทุกวันแต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีทางแก้ เอาจริงทางแก้มันก็อาจจะช่วยได้ดีกว่าด้วยซ้ำ และก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรถึงจะไม่ทำตามวิธีแก้

เอาอย่างแรกที่เปลี่ยนบรรยากาศได้ดีสุด มันก็การเริ่มจากการใช้พื้นแต่ที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่เท่าที่สังเกตเห็นก็เลือกใช้เสื่อทาทามิซะมากกว่า เอาจริงใช่ว่าเสือทาทามิจะไม่ดี ทั้งช่วยในเรื่องของสภาพอากาศภายใน และจากที่รู้มาเสื่อทาทามิในอดีตจะเหมาะสำหรับเศรษฐีเท่านั้น อยากเป็นเศรษฐีก็หันมาใช้เสื่อทาทามิดู เผื่อจะได้เป็นบ้าง

“ ลองไปดูดีๆครั้งหนึ่ง จากที่เห็นส่วนใหญ่จะไม่ได้มีแค่เสื่อทาทามิ เพราะญี่ปุ่นยังสามารถอนุรักษ์วัฒนธรรมไว้ได้ดี อาจจะดีกว่าบางประเทศด้วยซ้ำไป เพราะถ้าหากสังเกตภายในภาพส่วนใหญ่ก็จะมีการเลือกใช้ประตูบานเลื่อนคู่กับเสื่อทาทามิ ผมมั่นใจว่ามีหลายคนคิดว่าประตูบานเลื่อนมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของความเชื่อ แต่จริงๆแล้วบ้านของญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีพื้นที่น้อย ดังนั้นการเลือกใช้ประตูบานเลื่อนช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากกว่า!! ”

อีกหนึ่งอย่างที่บ้านส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเลือกใช้ ฉากกั้นห้อง เอาจริงถ้ามาถามคนไทยคิดูว่าจะตอบอะไร คงได้คำตอบแบบงามๆกันทั้งนั้นแหละ จริงๆฉากกั้นห้องที่ใช้สำหรับญี่ปุ่นก็เทียบได้กับประตูบานเลื่อน พ่อทั้งประโยชน์และวัตถุประสงค์ก็ไปในทิศทางเดียวกัน แล้วมันจะแยกกันทำไมวะ แต่อย่างว่าฉากกั้นห้องมันก็ยังยกไปได้สะดวกกว่าการยกประตูบานเลื่อน ก็คงไม่มีใครคอยมานั่งยกประตูบานเลื่อนไปมา มันคงบ้าน่าดู

“ วัฒนธรรมที่คล้ายคลึง เอาจริงจากที่ผมมองวัฒนธรรมของเขากับเราก็คล้ายคลึงกันในเรื่องของการนั่งพื้น แต่แตกต่างกันไปในเรื่องของวัตถุประสงค์ ถ้าอยากได้บรรยากาศบ้านแบบญี่ปุ่น ส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้โต๊ะเตี้ย ขอให้อารมณ์แบบอยู่ญี่ปุ่นได้เต็มที่ แต่ถ้าใครปวดเข่าก็ไม่ควรจะเพี้ยนใช้ แล้วจะรู้ความทรมานแบบน้ำตาร่วงคืออะไร แล้วก็ไม่ต้องไปกลัวว่าจะไม่เข้ากับบ้าน เพราะรูปแบบของตัวเตี้ยมันยังออกแบบได้อีกมาก ”

เรื่องของอุปกรณ์หรือว่าเฟอร์นิเจอร์มันก็เป็นเพียงแค่สิ่งหนึ่ง ต่อให้จากเฟอร์นิเจอร์เหมือนแบบญี่ปุ่นเป๊ะ ถ้าแสงหรือบรรยากาศมันไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นอยู่ดี เอาเป็นว่าการไปเที่ยวและถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด พ่อยิ่งไปญี่ปุ่นมากเท่าไหร่มันก็ซึมซับวัฒนธรรมได้ดีมากเท่านั้น

อย่างตัวผมก็บ้าไปจนเป็นบ้านหลังที่สอง หรือถ้าจะซื้อบ้านที่นั่นได้อีกหลังด้วยความไปจนชิน ถ้าถามว่าลองกลับมาแต่งบ้านแบบญี่ปุ่นไหมด้วยความว่าผมก็ทำ แต่แม่งมันได้ฟิลไม่เหมือนกันจริงๆวะ

สรุปความต่างเรียวกัง โรงแรม จริงแล้วต่างกันยังไง

“เรียวกัง กับ โรงแรมความเหมือนที่แตกต่าง บางอย่างก็ต้องไปเห็นด้วยตาหรือถ้าจะมาก็ควรมีความพร้อม เพื่อการพักผ่อนเพื่อการออมแรงไว้ใช้วันทำงาน”

หลังจากที่ฟังคำเซ้าซี้จากเพื่อนชาวญี่ปุ่นเข้ามากๆ ก็ชักรำคราญไม่รู้มันจะเซ้าซี้เพื่อ!?!? ไม่รู้หรอว่าพูดไปมากๆคนอื่นก็รำคราญ แต่ไม่รู้ว่าไปรำคราญมันยังไง สุดท้ายก็เลยตกปากรับคำกับมันว่าจะไป

แต่ก็ดีที่พลาดไปตกปากรับคำกับความน่ารำคราญของมัน เลยทำให้ก็มีโอกาสดีได้ไปลองบรรยากาศใหม่ในการพักผ่อน บอกเลยว่าน่าพาสาวๆไปแจกน้ำจริงๆ และยิ่งเป็นสาวจากAV อาจจะทำให้บรรยากาศดีขึ้นก็ได้ แต่พอลองไปพักแบบเรียวกังผมก็รู้เลยว่ะ ว่ามันเจ๋งกว่ากันเป็นไหนๆ

สังเกตเป็นป่ะวะ!!!! ถ้าเป็นก็มองความแตกต่างได้ ลองดูที่นอนสิ เรียวกังกับโรงแรมมันก็จะแตกต่างกันตรงนี้ เพราะถ้าเป็นโรงแรมก็จะนอนเป็นเตียง แต่ถ้าเลือกพักแบบเรียวกังอย่าหวังว่าจะได้นอนเตียง เพราะเรียวกัง จะเลือกใช้เป็นฟูกแทนที่จะใช้เตียง โดยฟูกภายในห้องพักจะปูทับเสื่อไปอีก ตอนแรกโคตรมั่นใจเลยว่ามันจะไม่สบาย แต่เอาจริงว่ามันก็ไม่ใช่อย่างที่คิด มันสบายมากเลยว่ะ ลองเอาไปเปลี่ยนใช้ในบ้านมันคงดีละว่ะ

แต่เอาจริงมันก็มีอีกเรื่องที่ไม่รู้ โรงแรมใครคิดว่าบริการสุดยอดบอกเลยว่าบื้อมาก ก็คือเอาว่าบริการจริงๆมันมีแค่ตรงหน้าเคาท์เตอร์ เรียวกังการบริการจะพิเศษกว่าเยอะ ทั้งคอยใส่ใจ(จะเรียกว่ายุ่งเรื่องส่วนตัวก็ได้) พนง.จึงคอยมาแนะนำทุกวันในเรื่องที่ชอบ แต่โรงแรมกลับไม่มีอะไรแบบนี้ให้เห็นแม้แต่น้อย เอาเป็นว่าเสียงินมาเองก็ดูแลตัวเองละกัน แค่ช่วยให้ไม่ลำบากบางเรื่อง มันคุ้มกับความต้องการมากไหม

แล้วจริงๆมันก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่นอนอย่างที่คิด เพราะมันก็มีเรื่องราคา อันนีมันก็สุดวิสัยพอกันละว่ะเรื่องราคามันก็ต่างกันสุดขั้ว มีเรียวกังน้อยที่จะราคาเท่าโรงแรมอย่างที่ต้องการ บอกเลยว่าราคาโรงแรมถูกกว่าราคาของเรียวกังเป็นไหนๆ เอาเป็นว่าถ้าอยากประหยัดตังค์ก็คิดดูให้ดีก็แล้วกัน

เรื่องความแตกต่างมันก็มีอยู่บ้างแหละ ก็ต้องเลือกเอาสิ่งที่มันดีกับตัวเราที่สุดแต่ก็ไม่ควรที่จะมีราคาที่สูงเกินความจำเป็น เพราะถ้ามันเป็นอย่างนั้นผมว่าคุณมันก็คนประมาณตัวเองไม่เป็นนั่นแหละ ก็เลือกเอาก็แล้วกัน!! แต่เอาไว้อยากเล่าไรอีกก็จะมาบอกละกัน

ที่พักเรียวกัง เป็นโรงแรมหรืออะไร

“เรียวกัง ความเป็นญี่ปุ่นที่ถูกถ่ายทอดผ่านทางที่พัก แต่พบยากมากนักบริเวณเมืองใหญ่ แม้กระทั่งคนญี่ปุ่นเองอาจจะไม่ค่อยได้มีโอกาสในการเข้าพักด้วยซ้ำ”

สิ่งหนึ่งที่แรกๆเคยสงสัยเวลาที่ไปญี่ปุ่น คือ มันจะแบ่งรูปแบบที่พักทำไมหนักหนาวะ ก็รูปแบบของของที่พักมันมีตั้งมากมาย แต่ก็อย่างว่าแหละในความจริงที่ไปญี่ปุ่นก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปเพื่อดูโรงแรมพวกนั้น แต่จะไปดูอะไรที่มันขาวๆ อึ๊มๆ สดใสๆหน่อย เพราะอีแก่ที่บ้านไม่ได้ทำให้ชื่นใจแม้แต่นิดเดียว

พอดีนึกได้ว่าวันนั้นที่ไปมีโอกาสไปพักที่ เรียวกัง แล้วไอ้เพื่อนชาวญี่ปุ่นมันก็ชวนไปพักอยู่เหมือนกัน พอปฏิเสธมันก็คะยั้นคะยออยู่ได้ โคตรน่ารำคราญ!! ก็เลยถามว่าทำไมคะยั้นคะยอจังเลยว่ะ มันมีอะไร(แต่บอกก่อนว่า เรียวกัง ที่มันอยากให้ไปมันอยู่นอกเมือง) มันก็ดันบอกมาว่า แม้กระทั่งชาวญี่ปุ่นบางคนอาจจะไม่เคยได้ไปพักที่นี่เลยด้วยซ้ำ

ก็ด้วยความสงสัย ก็เลยให้มันอธิบายมาให้ฟังว่าจริงแล้ว เรียวกัง แบบที่มันคะยั้นคะยอจะให้ไป สรุปมันยังไง!?!? ก็เลยได้ความรู้มาอย่างที่ต้องการนั่นแหละ แต่ไม่อธิบายยืดยาวหรอกมันเมื่อยมือ

เรียวกัง จะเป็นที่พักแบบญี่ปุ่นขนานแท้ ที่ในความเป็นจริงนั้นจะเรียกว่าเป็นที่พักแบบโรงเตี๊ยมก็ได้แหละ แต่ว่าเรียวกังจะเป็นที่พักที่ให้บริการได้ดีกว่าโรงแรม เพราะพนง.ที่ให้บริการก็จะดูแลดีกว่ามาก ใส่ใจเต็มที่ ก็ถือว่าเป็นที่พักที่สบายไปอีกแบบ แต่มันก็จะมีข้อแตกต่างกันไประหว่างเรียวกังอีก เพราะแต่ละที่ก็อาจจะมีพนง.ประจำของแต่ละห้องไปเลย

แต่อย่างหนึ่งที่มันก็สร้างเอกลักษณ์ให้กับเรียวกังได้อยู่ ก็อย่างการที่ใส่ชุดยูกาตะภายในที่พักนั่นแหละ ซึ่งก็จะแตกต่างกับเวลาพักโรแรมแบบทั่วๆไป แต่อย่างที่บอกว่า เรียวกัง หายาก เพราะมันยากจริงๆว่ะ ลองหาดูในโตเกียวแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ

“เอาเท่าที่เห็นจากภาพ” นี่ถือว่าเป็นเรียวกังที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น อย่างที่บอกก็ว่าทำไมเรียวกังหายาก เพราะที่ๆจะมีเรียวกังได้ส่วนใหญ่ เดี๋ยวนี้จะต้องเป็นตามสถานที่ท่องเที่ยว หรือว่าต้องเป็นสถานที่สวยๆเท่านั้น จริงๆนอกจากจะมาแสดงให้เห็นถึงความงาม แล้วก็เรื่องการตกต่งแบบญี่ปุ่น ผมว่าวัฒนธรรมก็อาจจะมีส่วน เพราะจากที่เพื่อนเหล่าให้ฟัง การที่ไปพักข้างในมันก็มีวัฒนธรรมข้างในอีกนั่นแหละ ที่ต้องทำตาม แต่เหมือนการเข้าไปนอนในบ้านเขา ก็จะมีอาหารที่ยกเข้ามาให้ถึงที่นอน แหม!!ถ้าอีแก่ที่บ้านทำให้งี้ มันก็คงชื่นใจน่าดู นี่ถึงเวลากินข้าวทีไร ตะโกนปาวๆ ยังกะเคาะกะละมังเรียกหมากินข้าว

แต่บอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่แค่เรียวกังที่หายากนะเว้ย เพราะเรื่องหายาก ตามหามันก็ต้องเจอจริงไหม แต่มันดันมาติดในเรื่องของราคา แพงเอาเรื่อง!!อยากพักแบบดีๆมีกระเป๋าฉีกชัวร์ ถ้าเทียบกับเอามาซื้อหนังเอวี นี่ได้เป็นโกดังแน่ๆ แต่เอาเป็นว่าผมก็ไม่ได้มั่นใจอะไรมากนะเว้ย ว่าแต่ละที่พักจะแพงเหมือนกันหมดไหม แต่ก็จะไปก็เช็คราคาเอาไว้กอนก็ดี ดูรีวิวเอาไว้ด้วยล่ะ เดี๋ยวเกิดไม่ถูกใจก็มาว่าผมอีก ผมไม่ยอมนะ!! เพราะบอกไปแล้ว แต่ถ้าไม่มั่นใจเดี๋ยวจะลองมาเปรยบเทียบให้ดูว่า สรุปแล้ว โรงแรม กับ เรียวกัง อันไหนมันจะน่าพักไปกว่ากันวะ ผมเองก็อยากรู้เว้ย!!!!!