กฎระเบียบของคนญี่ปุ่นที่คนไทยมองข้าม

ล่าสุดลองนั่งอ่านเรื่องราวองญี่ปุ่นไปเรื่อยๆเวลาที่ว่าง เอาจริงสิ่งที่เห็นจะเป็นส่วนใหญ่คนไทยชอบทำผิดกฎหมายหรือกฎระเบียบของญี่ปุ่น ทั้งๆที่มันก็บอกอยู่ว่ามันคือกฎระเบียบและควรที่จะต้องปฏิบัติตาม ส่วนใหญ่ก็มักมองข้าม ไม่เข้าใจว่าเป็นโรคจิตหรือพูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง

อย่างเรื่องกรณีดาราไทยที่เป็นเต้นบนรถไฟ เอาจริงเราส่วนใหญ่ก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าญี่ปุ่นเป็นคนที่ตั้งกฎระเบียบมากขนาดไหน แน่นอนว่าบางทีทำไปแล้วอาจจะไม่คิดแต่ผลที่มันตามมาอันตรายกว่าที่คิด

เพื่อนผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยโดนกฎหมายของญี่ปุ่นเล่นงาน ถ้าหากทำที่เมืองไทยเราคงคิดว่ามันไม่อะไรมากมายจะเอาจริงบอกเลยว่าคนญี่ปุ่นยอมไม่ได้ แซงคิว

“ การแซงคิวสำหรับคนญี่ปุ่นถือเป็นเรื่องผิดมหันต์ ผมไม่ได้บอกว่ามันเวอร์นะเว้ย แต่เอาจริงคือทุกคนคิดว่ามีเวลาเท่ากันเพราะฉะนั้นเวลาก็ถือเป็นสิทธิที่ทุกคนพึงจะมี และผมว่ามันก็ถูกแล้วที่เขาคิดแบบนั้น และถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งถ้าหากว่าคนไทยทำก็ควรที่จะบินกลับประเทศไปเลย ความจริงแล้วคนญี่ปุ่นมองคนที่แซงคิวว่า เป็นคนที่ไม่มีคุณค่าในตัวเอง ซึ่งการถูกมองแบบนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรง ”

บางคนอาจจะเคยคิดว่าแซงคิวกับคนญี่ปุ่นเขาไม่ได้รู้จักเราก็คงไม่เป็นไร ผมรอบอกเลยว่ามันคือความคิดที่โง่มากเพื่อนผมเองก็เป็นคนหนึ่งคนที่คิดแบบนั้น สุดท้ายก็โดนกฎหมายญี่ปุ่นเล่นหาเนื่องจากว่าคนที่โดนแซงคิวดันไปแจ้งความ แต่ยังดีที่เพื่อนผมกับโดนปรับแทน( เสียเงินไม่พอ เสียหน้าด้วยเพื่อนตรู!!) และยังโดนบันทึกประวัติอาชญากรรมด้วย เพราะเนื่องจากว่าความผิดของการแซงคิวถือเป็นความผิดขั้นลหุโทษ

พอดีนั่งไปซักพักก็เลยได้หันไปคุยกับคนข้างๆที่มากับเพื่อนเหมือนกัน อันนั้นก็โดนในเรื่องถ่มน้ำลายลงที่สาธารณะซึ่งการลงโทษก็ไม่ต้องกังวล บอกเลยว่าโดนแบบเดียวกับเพื่อนผมเป๊ะเอาจริงตามที่กฏหมายมันก็มีบอกเอาไว้หรือมีป้ายเตือน จนถึงขั้นญี่ปุ่นได้มีการทำป้ายเตือนเป็นภาษาไทย คนไทยส่วนใหญ่เองก็ไม่ได้สำนึกด้วยซ้ำ

“ คนไทยอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องชิวๆสบายๆ แต่รู้ไหมว่าคนญี่ปุ่นเคารพธรรมเนียมในเรื่องของการเดินกินมาก เพราะการเดินกินเปรียบเสมือนกับการไม่เคารพหรือไม่ได้ใส่ใจอาหาร หรือจะเรียกได้ว่าเป็นการหยามเกียรติคนทำอาหารก็ได้ มองเผินๆมันก็เรื่องเล็กน้อยจะอะไรนักหนาว่ะ?? แต่จริงแล้วมันกลับเป็นเรื่องที่ใส่ใจแม้กระทั่งความใส่ใจของคนๆหนึ่ง ”

เอาจริงมันคือพฤติกรมหรือข้อห้ามที่จากที่ผมเคยไปญี่ปุ่นแล้วสังเกตเห็น ไม่ใช่เรื่องแค่ที่เพื่อนผมโดนจับเพราะผมเคยเห็นคนทำพฤติกรรมแบบเดินกิน ก็อาจจะถูกสายตารังเกียจเหยียดหยามจากคนญี่ปุ่นด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ถ้าหากมาทำแบบนี้ในประเทศไทยก็คงไม่มีใครมองและสนใจด้วยซ้ำ

สถานที่ดีจะไปญี่ปุ่นเรียนรู้เรื่องพฤติกรรมเค้าไว้บ้างก็ดี ไม่ใช่สักแต่ว่าจะไปเที่ยวแต่การใส่ใจวัฒนธรรมของเขาการปฏิบัติตัวก็เป็นเรื่องที่สำคัญ และวัฒนธรรมเหล่านี้เรียนได้ง่ายๆอินเตอร์เน็ตและถ้าไม่ได้จะสละเวลาเรียนวัฒนธรรมของเขาก็อยากไปประเทศเขาจะดีกว่า

พกอะไรไปญี่ปุ่น ให้เหลือพื้นที่ในกระเป๋า

บางทีในเรื่องของการไปญี่ปุ่นมีในเรื่องการเตรียมตัวก็เป็นเรื่องสำคัญ คงไม่มีใครมันจะบ้าไปโดยที่ไม่เตรียมตัว แบบพอถึงเวลายัดของลงกระเป๋าแล้วไปเลยจบ เอาจริงผมว่ามันก็มีบางคนแหละที่ทำ แต่สละเวลาซักครึ่งชั่วโมงมาเต็มกระเป๋ามันก็คงจะไม่ตาย

และยิ่งความจริงแล้วการจัดของเพื่อไปญี่ปุ่นก็ไม่ได้ยาก แต่แค่ต้องรู้อะไรควรเอาไปไม่ควรเอาไปมีมือใหม่หลายคนที่ไม่รู้ ผมจะสละเวลามาอธิบายให้ละกัน เพราะเอาจริงๆตอนแรกผมเองก็ไปแบบจัดเต็ม ซึ่งสุดท้ายที่เอาไปในกระเป๋าก็แทบจะไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำ

“ ไม่ต้องยัดอะไรไปเยอะ เหลือที่ไว้ใส่ของกลับบ้างเอาจริงถ้าใส่องไว้แบบนี้ ก็ถอว่าเป็นระเบียบไม่ใช่มีอะไรก็จับยัดเข้าไป แล้วยังเหลือที่เอาไว้ใส่ของหลับได้อีก เพราะในความเป็นจริงส่วนใหญ่แม่งคิดมากทั้งนั้น เชื่อผมแล้วจะสบายไปอีกเยอะ รองเท้า สวยงาม ใส่หล่อไม่ต้องเอาไเลยแม่งเปลืองพื้นที่ชิบเป๋ง!! เอาจริงดีที่สุดรองเท้าที่ถึกๆใส่ๆยัดๆไปเลย จริงเอาไปคู่เดียวก็ได้ แต่ถ้ากลัวเหม็นก็เอาถุงเท้าไปหลายๆคู่ ถุงเท้าแนะนำให้เป็นแบบหนาๆ เพราะมันจะได้ทั้งความอุ่นแล้วก็กันไม่ให้ส่งกลิ่น ”

สองอย่างนี้สำคัญมาก ไม่ทำตามก็บอกคำเดียวว่ารอรับความซวยได้เลย เรื่องเสื้อผ้าก็ไม่ต้องอะไรมากอย่าเยอะจนเวอร์เอาไปให้ตรงกับฤดูกาลที่ไปก็พอจะได้ไม่เปลืองพื้นที่ที่มีอยู่ภายในกระเป๋า เรื่องนี้ต้องจัดกันได้มั่งล่ะ ถ้าไม่ได้ก็ควรพิจารณาตัวเองได้แล้ว

บอกไว้ก่อนว่าของที่เห็นนี้ดีมาก เอาจริงเตรียมเครื่องอาบน้ำไปเล็กน้อยไม่ต้องไปแบกให้มันหนักหรือเสี่่ยงเละในกระเป๋าหรอก เพราะจริงแล้วโรงแรมส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเครื่องอาบน้ำดีกว่าที่แบกไปจากไทยอีก เพราะที่เอาไปเป็นของกากไปเลย และจริงบางโรงแรมการบริการขั้นสุดคลิปบะหมี่มาร์คหน้าแจก อธิบายคือทั้งหมดนั้น คือของดี!!แล้วจะแบกไปให้โง่ทำไมวะ

ไม่ต้องกังวลเรื่องเตรียมของไปไม่ครบหรอก ก็ใช่ว่าไปถึงที่ญี่ปุ่นแล้วจะไม่มีที่ซื้อผู้คนส่วนใหญ่รวมถึงผมเองขาดอะไรก็แค่เข้าร้านขายยา และร้านขายยาที่นี่มีครบ เพราะฉะนั้นไปเทียวไม่ได้ไปงานแฟชั่นบางอยางก็ไ่ต้องเวอร์ โดยเฉพาะเรื่องเตรียมกระเป๋า ผมเห็นบางคนแบกไปเยอะนะแต่แบบเอาจริงหนักป่าวๆไม่ได้ใช้ด้วย

แล้วถ้าลองเทียบกับสิ่งที่ผมลองเตรียมไปดูแล้วจะรู้ว่าบางอย่างมันก็ไม่ได้คุ้มที่จะเตรียมไปเสมอ บางทีไปกับเพื่อนผมยังสงสัยว่ามันจะแบกอะไรหนักหนาวะ แต่จริงๆเตรียมเท่านี้ก็พอ

ร่างกาย เตรียมยังไงให้พร้อมก่อนไปญี่ปุ่น

คนเราสภาพสังขารมันต่างกันพอสมควร ทานที่ดีทำอะไรก็นึกถึงร่างกายตัวเองบ้างอย่างหนึ่งที่ผมเห็นบ่อยๆเพราะผมเองก็เป็นคนที่ชอบเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและยิ่งในปัจจุบันคนไทยไปได้ง่ายมาก มันจึงทำให้ผมพบเจอกับคนไทยแทบทุกระเบียบนิ้วหรือทุกตารางนิ้วในญี่ปุ่น ซึ่งบางทีมันก็ดูน่าอึดอัด

เพราะส่วนใหญ่เวลาไปเที่ยวก็ชอบไปตามสถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมกันทั่วไป แต่พอออกแรงเดินนิดนิดหน่อยหน่อยก็บ่น หรือแบบบางคนพึ่งไปถึงก็เป็นหวัด แบบเฮ้ย!!ไม่เตรียมตัวกันบ้างหรอ นี่ตั้งใจมาเที่ยวจริงหรือใช้เงินไปวันๆ บางทีเตรียมตัวเตรียมสุขภาพมาบ้างก็ได้ ผมเองก่อนจะเดินทางก็วางแผนมาพอสมควรโดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ

อย่างส่วนใหญ่ก่อนที่จะไป ผมเลือกที่จะไปออกกำลังกายแบบวิ่งหรือเดินเยอะ(กรณีจากที่เคยไปมาก่อน) ก็ไม่ค่อยอยากจะแนะนำท่าไหร่ แต่เอาจริงๆก็เป็นรื่องที่ควรจะทำ ความลับอย่างหนึ่งของการไปเที่ยวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็ใช้เรื่องการเดินเป็นหลัก เดี๋ยวเดินไปนั่นเดินไปนี่ ตัวอย่างเช่นเดินวนๆกลับรถไฟก็ล่อไปหลายกิโล แล้วจะไม่ให้น่องปูดได้ไงวะ

เออ…อีกอย่างที่ห้ามลืม ยานวด ตะไปพึ่งสุขภาพอย่างเดียวมันคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับคนฉลาด หรือไม่งั้นก็ต้องพึ่งรองเท้าละวะ เอาที่มันพอดีเท้า และรองเท้าส้นหนามันสามารถที่จะรองรับน้ำหนักในการกดทับระหว่างเดินได้ดี มันจะทำให้สบายมากขึ้น

อีกอย่างผู้หญิงบางทีมันก็ไม่ต้องสวยตลอดก็ได้มั้ง ผมว่ามันจะทำให้คุณดูเยอะไป ส้นสูงไม่ต้องขนไป มีหวังเขวี้ยงมันทิ้งอยู่แถวนั้นแหละ เอารองเท้ากีฬาใส่สบายๆไปยังดีซะกว่า

ยา!!! ต่อให้เตรียมตัวมาดีแค่ไหนโอกาสที่จะป่วยมันมีมากถึง 50% ป้องกันเอาไว้ก่อนก็ดี จะได้ไม่เป็นภาระคนอื่นเขาถ้าไม่คิดจะดูแลตัวเองแล้วใครจะสนใจวะ ยิ่งเรื่องของอากาศความแตกต่งกันมันมีมากพอสมควร เรื่องป่วยมันเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว แต่ก็มีส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ปวดเพราะอากาศ แต่ส่วนใหญ่กับผู้ป่วยเพราะไม่ได้นอน ก็มัวแต่ตื่นเต้นจนลืมหลับลืมนอน

“ บางทีเราอาจจะเพียงต้องใช้เวลากับสิ่งที่เห็นตรงหน้ามากกว่า เพราะฉะนั้นถ้ามันถึงเวลาพักก็ควรจะพักไม่ใช่มานั่งถ่างตา แทนที่จะได้มีเวลาไว้ไปเที่ยวเต็มที่ แต่สุดท้ายก็นอนจมเตียงอยู่ที่โรงแรม ”

บางคนก็ตื่นเต้นเกินเหตุ มันก็อาจจะไม่เหมาะสมหรอกวะผมว่าบางทีก็ควรที่จะเตรียมตัว มีหลายคนที่ไม่เตรียมร่างกายให้พร้อมสุดท้ายความลำบากมันก็อยู่กับเพื่อนร่วมทาง หรือหนักกว่านั้นสุดท้ายก็ต้องเข้าโรงพยาบาลป่วยกันไป จากที่ผมเองก็เที่ยวญี่ปุ่นมาบ่อย และเห็นแทบทุกครั้ง

ทางเลือกความประหยัดกับโรงแรมแคปซูล

ผมเองก็เป็นคนอย่างนี้ชอบเที่ยว ญี่ปุ่นนี่ไม่ต้องพูดถึงเอาจริงผมก็คนนึงที่คลั่งไคล้ญี่ปุ่นหรือใครจะว่าบ้าก็ไม่แคร์ ต้องเป็นแบบนั้นจริงๆแล้วคุณเองจะเข้าใจ ว่าบางทีเวลาที่ชอบอะไรแม่งอยากที่จะตัดใจ ต้องการอะไร มีหลายคนก็คอยเข้ามาว่ามาแซะ ผมห้ามปากคุณ ความคิดคุณไม่ได้ ดิ้นเองเองละกันถ้าเดือดร้อน กับการที่ผมแค่คลั่งไคล้ญี่ปุ่น

ตัวผมก็มีเหตุผล เอาจริงก็ลองดูวัฒนธรรมของญี่ปุ่นจะรู้แล้วว่ามีความแตกต่างกับประเทศอื่นพอสมควรในเรื่องของระเบียบวินัย รวมไปถึงรูปแบบต่างๆมากมาย ทั้งในเรื่องที่พัก บรรยากาศ สถานที่ต่างๆ อาหาร เอาจริงมันก็ยังมีอีกเยอะ แต่ตัวผมชอบที่สุดก็เรื่องที่พัก เพราะไม่มีให้เลือกเยอะ เยอะจนบางทีผมเองก็หงุดหงิด

แต่จริงๆมีที่พักที่น่าสนใจที่มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมมองข้ามไปตอนแรก อย่างโรงแรมแคปซูล เอาจริงผมมั่นใจว่ามีหลายคนที่เคยได้ยินมันมาบ้าง แต่ถ้าใส่ใจก็จะรู้ว่าเป็นโรงแรมแบบไหนมีการให้บริการอะไร หรือวัตถุประสงค์จริงๆของโรงแรมเป็นอย่างไร และก็ไม่ได้อยากไปลองหาข้อมูลให้มันเสียเวลา ตัดสินใจไปพักก็จบเรื่อง

โดยตัวผมเองก็ไม่ได้เลือกพักที่เดียวแต่ละที่มันก็ไม่ได้มีความเหมือนกัน มันก็มีในเรื่องของความแตกต่างอยู่บ้างไม่มากก็น้อย เลือกเอาหลักๆแล้วกัน พิมพ์เยอะไปมั่นใจว่ายังไงก็ไม่ค่อยอ่าน

“ ทำไมต้องเลือกพักโรงแรมแคปซูล เอาจริงผมว่ามันประหยัดกว่าโรงแรมหลายเท่า ง่ายๆคือมันถูกว่าว่ะ ใครไม่มีตังค์แต่คิดจะเที่ยว แคปซูลทางเลือกหนึ่งเลยล่ะ แล้วมันต่างกับโรงแรมโดยทั่วไปเพียงแค่มีห้องที่เล็กกว่า กับราคาที่ประหยัด ”

อย่างที่บอกโรงแรมแคปซูลมีความต่างกับโรงแรมทั่วไปเพียงแค่นั้น แล้วจะเอาเงินไปทิ้งไว้กับสิ่งเหล่านั้นทำไมเอาไปเที่ยวอาจจะเกิดประโยชน์มากกว่า

ใครที่รักความสบายก็ไม่ต้องกังวลไปหรอก ส่วนใหญ่สิ่งอำนวยความสะดวกมันก็เหมือนกับโรงแรมกันทั้งนั้นแหละ แล้วจะกังวลไปเพื่อ!! ทั้งทีวี internet WiFi วิทยุ นาฬิกาปลุก ไดร์เป่าผม เอาจริงเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกยังมีอีกเยอะอ่ะ เลิกคิดได้แล้วว่าจะไม่สบาย ยังไงก็สบายอยู่แล้ว

“ ข้อห้ามอย่างเดียวสำหรับการนอนโรงแรมแคปซูล อย่าเสียงดัง!!! เจอมากับตัวแทบนอนไม่หลับ ไม่รู้เป็นอะไรคนพวกนี้ไร้มารยาทที่สุด โรงแรมแคปซูลกับโรงแรมธรรมดานอกจากเรื่องของขนาดที่ต่างกันในเรื่องของการกันเสียงจากห้องอื่นก็ต่างด้วย ทางที่ดีอยู่เงียบๆจะดีที่สุด ”

เอาเป็นว่าถ้าเลิกไปนอนโรงแรมแคปซูล มารยาทในเรื่องของการใช้เสียงสำคัญเพราะที่ไปพัก็เจอคนไทยหลายคนที่ทำเสียงดัง ทำแบบนี้เสียชื่อประเทศซะเปล่าอยู่บ้านจะดีกว่า และเรื่องราคาเช็คก่อนที่จะไปเพราะช่วงเวลาแต่ละช่วงราคาของค่าที่พัก็จะแตกต่างไปอีก

ไปญี่ปุ่นที Japan Adult Expo จะพลาดได้ไง แต่ดันตกรถไฟจะทำไงดี

“Japan Adult Expo มิติใหม่ในการดู AV แต่ไปทั้งทีก็ต้องคุ้มค่า ถ้ามากไปผลเสียก็ตามมา มีแผนสำรองเอาไว้บ้างก็ดี ”

แหม่ ถ้าให้พูดถึงสาวๆAV ญี่ปุ่นเรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวม แล้วผมเองก็คงไม่พลาด ก็แต่ละคนทำเอาลืมโลกภายนอกเลย ทั้งสวย ขาว อวบอึ๊ม โอ๊ย อย่าให้พูด ไอ้เรื่องใช้เวลาข่มใจมันก็นานเอาเรื่อง กว่าจะทำให้น้องชายตัวดีสงบได้ก็เกือบชั่วโมง แต่หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นแรงแทบหลุดจากอก

แต่ก็กะแล้วทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามต้องการเลยวะ เออ!!แต่ช่างแม่งมั่งก็ได้ เดินไปก็จินตนการไปสะท้านมากงานนี้ เพราะมันเป็นงานที่รวมสาวจากทุกค่าย แหม่ แต่ว่าเพลินๆไปงานมันก็จวนจะเลิก แต่ด้วยความใจมันเตลิดไปแล้ว ให้กลับไปโรงแรมตอนนี้พรุ่งสั้นนอนไม่หลับแน่เลยวะ

ก็เลยตัดสินใจไปหาอะไรทำ เพราะตั้งใจจะไปเดินห้างความเร็วร้ายก็เกิดขึ้น ญี่ปุ่นดันปิดห้างไวไอ้เรา ด้วยความที่มันเซ็งจัดจะไปเดินห้างไม่ได้ ลองเลือกเดินย่านที่ได้รับความนิยมรวมถึงลองชิมอาหารร้านต่างๆไปเรื่อยๆ สุดท้ายเวลาก็เที่ยงคืน ตกรถไฟจนได้

ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก เอาไงล่ะทีนี้จากที่เซ็งอยู่แล้ว แม่งโคตรเซ็งไปกว่าเดิม ทางเลือกมีแค่ ทางนั่งแท็กซี่กลับไป แต่ก็มีความเสี่ยงที่ค่าแท็กซี่จะแพงบรรลัย แต่ถ้าเลือกที่พักใหม่ก็แพ้ไม่แพ้กัน แต่พอดีลองหาสถานที่ที่เปิดอยู่ โคตรโชคดี พอไปเจอ internet Cafe

มันคือสวรรค์ของคนตกรถ โดยสำหรับ internet Cafe มันจะมีแพ็คเกจให้เลือกหลายราคา ก็ขึ้นอยู่กับชั่วโมงที่อยู่หรืออาจจะค้างคืน ก็จะมีแพ็คเกจให้เลือก แต่เอาจริงถึงจะบอกว่ามันคือ internet Cafe ข้างในมันไม่ใช่อย่างที่คิด คือมันก็มีกิจกรรมรองรับเยอะ เพราะบางที่ก็มีทั้งโซนหนังสือ เครื่องดื่ม เครื่องเล่นแบบต่างๆ ถ้าโชคดีก็มีบางที่ถ้าโชคดีก็มีบางที่ๆมีคาราโอเกะในตัว บางคนเย็นเช้ายังทำกิจกรรมทั้งหมดที่มีอยู่ภายใน internet Cafe ไม่หมดด้วยซ้ำ

แต่มันก็ยังดีที่ไม่ได้น่าเบื่อมากจนเกินไป อย่างกิจกรรมข้างในมันก็มีเยอะพอเข้าไปนั่งข้างในมันก็เพลินจนทำให้ลืมความรู้สึก ลืมเวลา ลืมด้วยว่าต้องกลับโรงแรม มันก็กลายเป็นสถานที่ที่ดีอีกหนึ่งแห่งแต่เอาจริงการที่จะเดินทางมาญี่ปุ่น ผมว่าอย่าประมาทจะดีกว่า ลองดูตารางเวลา แพนตารางเวลาให้มันไปพร้อมกัน ถ้ามันไม่ได้จริงๆแถมสำรองก็ควรมี แต่จริงๆถ้าสนใจก็ตามสิ ประสบการณ์สำหรับญี่ปุ่นผมยังมีอีกเพียบ ถ้าไม่รีบนนะ

ไปญี่ปุ่นบ่อยๆ แต่งบ้านยังไงให้ได้แบบญี่ปุ่นบ้าง

“ ญี่ปุ่น เมืองเล็กบรรยากาศดีสถานที่ดี บางทีเปลี่ยนบรรยากาศเองบ้างก็ได้ ให้บ้านบรรยากาศแบบญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องยาก”

บางทีการเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อย ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่น่าเบื่ออยู่เหมือนกัน ไม่ใช่เบื่อบรรยากาศหรืออะไรแต่ว่าค่าใช้จ่ายมันก็อาจะเยอะอยู่ ส่วนนี้คำนวณดูดีๆมันก็คงไม่คุ้ม

ความไม่คุ้มันก็ทำให้ผมท้ออยู่เหมือนกัน ใครมันจะไปบ้านเสียเงินอยู่ทุกวี่ทุกวันแต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีทางแก้ เอาจริงทางแก้มันก็อาจจะช่วยได้ดีกว่าด้วยซ้ำ และก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุผลอะไรถึงจะไม่ทำตามวิธีแก้

เอาอย่างแรกที่เปลี่ยนบรรยากาศได้ดีสุด มันก็การเริ่มจากการใช้พื้นแต่ที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่เท่าที่สังเกตเห็นก็เลือกใช้เสื่อทาทามิซะมากกว่า เอาจริงใช่ว่าเสือทาทามิจะไม่ดี ทั้งช่วยในเรื่องของสภาพอากาศภายใน และจากที่รู้มาเสื่อทาทามิในอดีตจะเหมาะสำหรับเศรษฐีเท่านั้น อยากเป็นเศรษฐีก็หันมาใช้เสื่อทาทามิดู เผื่อจะได้เป็นบ้าง

“ ลองไปดูดีๆครั้งหนึ่ง จากที่เห็นส่วนใหญ่จะไม่ได้มีแค่เสื่อทาทามิ เพราะญี่ปุ่นยังสามารถอนุรักษ์วัฒนธรรมไว้ได้ดี อาจจะดีกว่าบางประเทศด้วยซ้ำไป เพราะถ้าหากสังเกตภายในภาพส่วนใหญ่ก็จะมีการเลือกใช้ประตูบานเลื่อนคู่กับเสื่อทาทามิ ผมมั่นใจว่ามีหลายคนคิดว่าประตูบานเลื่อนมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของความเชื่อ แต่จริงๆแล้วบ้านของญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีพื้นที่น้อย ดังนั้นการเลือกใช้ประตูบานเลื่อนช่วยประหยัดพื้นที่ได้มากกว่า!! ”

อีกหนึ่งอย่างที่บ้านส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเลือกใช้ ฉากกั้นห้อง เอาจริงถ้ามาถามคนไทยคิดูว่าจะตอบอะไร คงได้คำตอบแบบงามๆกันทั้งนั้นแหละ จริงๆฉากกั้นห้องที่ใช้สำหรับญี่ปุ่นก็เทียบได้กับประตูบานเลื่อน พ่อทั้งประโยชน์และวัตถุประสงค์ก็ไปในทิศทางเดียวกัน แล้วมันจะแยกกันทำไมวะ แต่อย่างว่าฉากกั้นห้องมันก็ยังยกไปได้สะดวกกว่าการยกประตูบานเลื่อน ก็คงไม่มีใครคอยมานั่งยกประตูบานเลื่อนไปมา มันคงบ้าน่าดู

“ วัฒนธรรมที่คล้ายคลึง เอาจริงจากที่ผมมองวัฒนธรรมของเขากับเราก็คล้ายคลึงกันในเรื่องของการนั่งพื้น แต่แตกต่างกันไปในเรื่องของวัตถุประสงค์ ถ้าอยากได้บรรยากาศบ้านแบบญี่ปุ่น ส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้โต๊ะเตี้ย ขอให้อารมณ์แบบอยู่ญี่ปุ่นได้เต็มที่ แต่ถ้าใครปวดเข่าก็ไม่ควรจะเพี้ยนใช้ แล้วจะรู้ความทรมานแบบน้ำตาร่วงคืออะไร แล้วก็ไม่ต้องไปกลัวว่าจะไม่เข้ากับบ้าน เพราะรูปแบบของตัวเตี้ยมันยังออกแบบได้อีกมาก ”

เรื่องของอุปกรณ์หรือว่าเฟอร์นิเจอร์มันก็เป็นเพียงแค่สิ่งหนึ่ง ต่อให้จากเฟอร์นิเจอร์เหมือนแบบญี่ปุ่นเป๊ะ ถ้าแสงหรือบรรยากาศมันไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นอยู่ดี เอาเป็นว่าการไปเที่ยวและถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด พ่อยิ่งไปญี่ปุ่นมากเท่าไหร่มันก็ซึมซับวัฒนธรรมได้ดีมากเท่านั้น

อย่างตัวผมก็บ้าไปจนเป็นบ้านหลังที่สอง หรือถ้าจะซื้อบ้านที่นั่นได้อีกหลังด้วยความไปจนชิน ถ้าถามว่าลองกลับมาแต่งบ้านแบบญี่ปุ่นไหมด้วยความว่าผมก็ทำ แต่แม่งมันได้ฟิลไม่เหมือนกันจริงๆวะ

สรุปความต่างเรียวกัง โรงแรม จริงแล้วต่างกันยังไง

“เรียวกัง กับ โรงแรมความเหมือนที่แตกต่าง บางอย่างก็ต้องไปเห็นด้วยตาหรือถ้าจะมาก็ควรมีความพร้อม เพื่อการพักผ่อนเพื่อการออมแรงไว้ใช้วันทำงาน”

หลังจากที่ฟังคำเซ้าซี้จากเพื่อนชาวญี่ปุ่นเข้ามากๆ ก็ชักรำคราญไม่รู้มันจะเซ้าซี้เพื่อ!?!? ไม่รู้หรอว่าพูดไปมากๆคนอื่นก็รำคราญ แต่ไม่รู้ว่าไปรำคราญมันยังไง สุดท้ายก็เลยตกปากรับคำกับมันว่าจะไป

แต่ก็ดีที่พลาดไปตกปากรับคำกับความน่ารำคราญของมัน เลยทำให้ก็มีโอกาสดีได้ไปลองบรรยากาศใหม่ในการพักผ่อน บอกเลยว่าน่าพาสาวๆไปแจกน้ำจริงๆ และยิ่งเป็นสาวจากAV อาจจะทำให้บรรยากาศดีขึ้นก็ได้ แต่พอลองไปพักแบบเรียวกังผมก็รู้เลยว่ะ ว่ามันเจ๋งกว่ากันเป็นไหนๆ

สังเกตเป็นป่ะวะ!!!! ถ้าเป็นก็มองความแตกต่างได้ ลองดูที่นอนสิ เรียวกังกับโรงแรมมันก็จะแตกต่างกันตรงนี้ เพราะถ้าเป็นโรงแรมก็จะนอนเป็นเตียง แต่ถ้าเลือกพักแบบเรียวกังอย่าหวังว่าจะได้นอนเตียง เพราะเรียวกัง จะเลือกใช้เป็นฟูกแทนที่จะใช้เตียง โดยฟูกภายในห้องพักจะปูทับเสื่อไปอีก ตอนแรกโคตรมั่นใจเลยว่ามันจะไม่สบาย แต่เอาจริงว่ามันก็ไม่ใช่อย่างที่คิด มันสบายมากเลยว่ะ ลองเอาไปเปลี่ยนใช้ในบ้านมันคงดีละว่ะ

แต่เอาจริงมันก็มีอีกเรื่องที่ไม่รู้ โรงแรมใครคิดว่าบริการสุดยอดบอกเลยว่าบื้อมาก ก็คือเอาว่าบริการจริงๆมันมีแค่ตรงหน้าเคาท์เตอร์ เรียวกังการบริการจะพิเศษกว่าเยอะ ทั้งคอยใส่ใจ(จะเรียกว่ายุ่งเรื่องส่วนตัวก็ได้) พนง.จึงคอยมาแนะนำทุกวันในเรื่องที่ชอบ แต่โรงแรมกลับไม่มีอะไรแบบนี้ให้เห็นแม้แต่น้อย เอาเป็นว่าเสียงินมาเองก็ดูแลตัวเองละกัน แค่ช่วยให้ไม่ลำบากบางเรื่อง มันคุ้มกับความต้องการมากไหม

แล้วจริงๆมันก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่นอนอย่างที่คิด เพราะมันก็มีเรื่องราคา อันนีมันก็สุดวิสัยพอกันละว่ะเรื่องราคามันก็ต่างกันสุดขั้ว มีเรียวกังน้อยที่จะราคาเท่าโรงแรมอย่างที่ต้องการ บอกเลยว่าราคาโรงแรมถูกกว่าราคาของเรียวกังเป็นไหนๆ เอาเป็นว่าถ้าอยากประหยัดตังค์ก็คิดดูให้ดีก็แล้วกัน

เรื่องความแตกต่างมันก็มีอยู่บ้างแหละ ก็ต้องเลือกเอาสิ่งที่มันดีกับตัวเราที่สุดแต่ก็ไม่ควรที่จะมีราคาที่สูงเกินความจำเป็น เพราะถ้ามันเป็นอย่างนั้นผมว่าคุณมันก็คนประมาณตัวเองไม่เป็นนั่นแหละ ก็เลือกเอาก็แล้วกัน!! แต่เอาไว้อยากเล่าไรอีกก็จะมาบอกละกัน

ที่พักเรียวกัง เป็นโรงแรมหรืออะไร

“เรียวกัง ความเป็นญี่ปุ่นที่ถูกถ่ายทอดผ่านทางที่พัก แต่พบยากมากนักบริเวณเมืองใหญ่ แม้กระทั่งคนญี่ปุ่นเองอาจจะไม่ค่อยได้มีโอกาสในการเข้าพักด้วยซ้ำ”

สิ่งหนึ่งที่แรกๆเคยสงสัยเวลาที่ไปญี่ปุ่น คือ มันจะแบ่งรูปแบบที่พักทำไมหนักหนาวะ ก็รูปแบบของของที่พักมันมีตั้งมากมาย แต่ก็อย่างว่าแหละในความจริงที่ไปญี่ปุ่นก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปเพื่อดูโรงแรมพวกนั้น แต่จะไปดูอะไรที่มันขาวๆ อึ๊มๆ สดใสๆหน่อย เพราะอีแก่ที่บ้านไม่ได้ทำให้ชื่นใจแม้แต่นิดเดียว

พอดีนึกได้ว่าวันนั้นที่ไปมีโอกาสไปพักที่ เรียวกัง แล้วไอ้เพื่อนชาวญี่ปุ่นมันก็ชวนไปพักอยู่เหมือนกัน พอปฏิเสธมันก็คะยั้นคะยออยู่ได้ โคตรน่ารำคราญ!! ก็เลยถามว่าทำไมคะยั้นคะยอจังเลยว่ะ มันมีอะไร(แต่บอกก่อนว่า เรียวกัง ที่มันอยากให้ไปมันอยู่นอกเมือง) มันก็ดันบอกมาว่า แม้กระทั่งชาวญี่ปุ่นบางคนอาจจะไม่เคยได้ไปพักที่นี่เลยด้วยซ้ำ

ก็ด้วยความสงสัย ก็เลยให้มันอธิบายมาให้ฟังว่าจริงแล้ว เรียวกัง แบบที่มันคะยั้นคะยอจะให้ไป สรุปมันยังไง!?!? ก็เลยได้ความรู้มาอย่างที่ต้องการนั่นแหละ แต่ไม่อธิบายยืดยาวหรอกมันเมื่อยมือ

เรียวกัง จะเป็นที่พักแบบญี่ปุ่นขนานแท้ ที่ในความเป็นจริงนั้นจะเรียกว่าเป็นที่พักแบบโรงเตี๊ยมก็ได้แหละ แต่ว่าเรียวกังจะเป็นที่พักที่ให้บริการได้ดีกว่าโรงแรม เพราะพนง.ที่ให้บริการก็จะดูแลดีกว่ามาก ใส่ใจเต็มที่ ก็ถือว่าเป็นที่พักที่สบายไปอีกแบบ แต่มันก็จะมีข้อแตกต่างกันไประหว่างเรียวกังอีก เพราะแต่ละที่ก็อาจจะมีพนง.ประจำของแต่ละห้องไปเลย

แต่อย่างหนึ่งที่มันก็สร้างเอกลักษณ์ให้กับเรียวกังได้อยู่ ก็อย่างการที่ใส่ชุดยูกาตะภายในที่พักนั่นแหละ ซึ่งก็จะแตกต่างกับเวลาพักโรแรมแบบทั่วๆไป แต่อย่างที่บอกว่า เรียวกัง หายาก เพราะมันยากจริงๆว่ะ ลองหาดูในโตเกียวแทบจะไม่มีเลยด้วยซ้ำ

“เอาเท่าที่เห็นจากภาพ” นี่ถือว่าเป็นเรียวกังที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น อย่างที่บอกก็ว่าทำไมเรียวกังหายาก เพราะที่ๆจะมีเรียวกังได้ส่วนใหญ่ เดี๋ยวนี้จะต้องเป็นตามสถานที่ท่องเที่ยว หรือว่าต้องเป็นสถานที่สวยๆเท่านั้น จริงๆนอกจากจะมาแสดงให้เห็นถึงความงาม แล้วก็เรื่องการตกต่งแบบญี่ปุ่น ผมว่าวัฒนธรรมก็อาจจะมีส่วน เพราะจากที่เพื่อนเหล่าให้ฟัง การที่ไปพักข้างในมันก็มีวัฒนธรรมข้างในอีกนั่นแหละ ที่ต้องทำตาม แต่เหมือนการเข้าไปนอนในบ้านเขา ก็จะมีอาหารที่ยกเข้ามาให้ถึงที่นอน แหม!!ถ้าอีแก่ที่บ้านทำให้งี้ มันก็คงชื่นใจน่าดู นี่ถึงเวลากินข้าวทีไร ตะโกนปาวๆ ยังกะเคาะกะละมังเรียกหมากินข้าว

แต่บอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่แค่เรียวกังที่หายากนะเว้ย เพราะเรื่องหายาก ตามหามันก็ต้องเจอจริงไหม แต่มันดันมาติดในเรื่องของราคา แพงเอาเรื่อง!!อยากพักแบบดีๆมีกระเป๋าฉีกชัวร์ ถ้าเทียบกับเอามาซื้อหนังเอวี นี่ได้เป็นโกดังแน่ๆ แต่เอาเป็นว่าผมก็ไม่ได้มั่นใจอะไรมากนะเว้ย ว่าแต่ละที่พักจะแพงเหมือนกันหมดไหม แต่ก็จะไปก็เช็คราคาเอาไว้กอนก็ดี ดูรีวิวเอาไว้ด้วยล่ะ เดี๋ยวเกิดไม่ถูกใจก็มาว่าผมอีก ผมไม่ยอมนะ!! เพราะบอกไปแล้ว แต่ถ้าไม่มั่นใจเดี๋ยวจะลองมาเปรยบเทียบให้ดูว่า สรุปแล้ว โรงแรม กับ เรียวกัง อันไหนมันจะน่าพักไปกว่ากันวะ ผมเองก็อยากรู้เว้ย!!!!!